22 พฤษภาคม 2555, 15:58:27
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
  • noavata
  • ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Page Rank

ทำเว็บไซต์ | แต่งบอร์ด | ออกแบบ | SMF | Joomla | Drupal | WordPress | JQuery | CMS | ECommerce | Tel. +668-08577477

ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
icon message ผู้เขียน หัวข้อ: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  (อ่าน 410 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
d@eng


     ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

   

  แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  โครงการตามพระราชดำริต่างๆ
  โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 
       ๑. การแก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริงที่แตกต่างกัน การพัฒนาจะต้องเริ่มต้นจากสภาพความเป็นจริง ศึกษาว่าปัญหาของพื้นที่นั้นคืออะไร และเลือกใช้วิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แปรเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

      ๒. การแลกเปลี่ยนสื่อสารระหว่างนักวิชาการ นักปฏิบัติ และประชาชน การศึกษาค้นคว้าทดลองวิจัยต่าง ๆ ที่ได้ผลแล้ว ควรจะนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงได้ ศูนย์ศึกษาฯ จึงควรเป็นแหล่งผสมผสานวิชาการและการปฏิบัติ เป็นแหล่งความรู้ของราษฎร เป็นแหล่งศึกษาทดลองของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างคน ๓ กลุ่ม คือ ราษฎร เจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาส่งเสริม และนักวิชาการ

      ๓. การพัฒนาแบบผสมผสาน ศูนย์ศึกษาฯ แต่ละแห่งจะเป็นแบบจำลองของพื้นที่และรูปแบบการพัฒนาที่ควรจะเป็น ในพื้นที่ลักษณะหนึ่ง ๆ นั้นจะสามารถใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที่ได้โดยวิธีใดบ้าง มิใช่การพัฒนาเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง แต่พยายามใช้ความหลากหลายสาขาที่สุด โดยให้แต่ละสาขาเป็นประโยชน์เกื้อหนุนกับการพัฒนาสาขาอื่น ๆ ด้วย

      ๔. การประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการ แนวทางการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพัฒนาฯ ทุกแห่งเน้นการประสานงาน การประสานแผนและการจัดการระหว่าง กรม กอง และส่วนราชการต่าง ๆ ให้เกิดเป็นจริงขึ้น

      ๕. เป็นศูนย์รวมในการให้บริการประชาชนเพื่อให้ได้รับความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 
          ในปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีอยู่ทั้งหมด ๖ ศูนย์ กระจายอยู่ในภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค ดังนี้คือ

      ๑. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
          ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านการศึกษาวิจัย ดินพรุในภาคใต้ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด

       ๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านพัฒนาอาชีพต่าง ๆ ทั้งทางเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือนและการพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

       ๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในการศึกษา ค้นคว้าเพื่อพัฒนา ปรับปรุง สภาพแวดล้อมด้านประมงชายฝั่งเพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตเพื่อการพึ่งตนเองในระยะยาว

      ๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำร
          ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ งานหลักของศูนย์คือการศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมทั้งรูปแบบการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม

       ๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
          ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์นี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวทาง วิธีการที่จะพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม โดยพยายามหาวิธีการจะให้เกษตรกรมีส่วนในการปลูก ปรับปรุง และรักษาสภาพป่าพร้อมกับมีรายได้ และผลประโยชน์จากป่าด้วยในขณะเดียวกัน

        ๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา งานหลักคือการค้นคว้า ทดลอง สาธิตเกี่ยวกับการพัฒนาที่ทำกินของราษฎรให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของพืชหลายชนิด

ลักษณะงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์ จะมีแนวดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ

       ลักษณะงานจะเป็นในเรื่องของการศึกษาทดลอง และทดสอบตามสภาพของภูมิศาสตร์ เพราะว่าศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์นั้น ต่างก็มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป งานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์นั้นจะไม่ทำการวิจัย เพราะว่างานวิจัยต่าง ๆ จะเป็นของนักวิชาการประจำห้องทดลอง ซึ่งวิจัย ค้นคว้าจนได้ผลแล้วจึงนำไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ เช่น กรณีศึกษาในเรื่องของข้าว ซึ่งทางศูนย์จะไม่ศึกษาว่าข้าวชนิดไหนมีโปรตีนเท่าไร รากยาวแค่ไหน แต่จะศึกษาแต่เพียงว่าข้าวชนิดนี้เหมาะแก่ประเทศไทยในภูมิภาคไหน และก็นำข้าวชนิดนั้นไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ ว่าดินชนิดที่วิจัยมาเหมาะกับข้าวชนิดใด และทดสอบได้เป็นผลดีแล้วจึงนำความรู้นั้นไปเผยแพร่ให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น เพื่อจะได้นำประโยชน์ที่ได้ไปพัฒนาการประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า จะให้ศูนย์ทั้ง 6 เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" เป็นศูนย์รวมซึ่งพัฒนางานทุกอย่าง และเป็นที่ที่เกษตรกรจะเข้าไปดูงานทุกอย่างได้โดยไม่ต้องไปไหนอีก ซึ่งสมัยก่อนนั้นเวลาจะดูงานทางด้านการประมง เกษตรกรก็ต้องไปสถานีประมง ถ้าจะดูเรื่องข้าวก็ต้องไปถึงที่แปลงข้าว แต่ในปัจจุบันเกษตรกรสามารถไปดูได้ที่ศูนย์ทันที ตัวอย่างเช่น ศูนย์พิกุลทอง ที่จังหวัดนราธิวาส ใครประสงค์จะดูงานด้านการเกษตรไม่ว่าด้านใดไปที่ศูนย์นี้ได้ทันที โดยศูนย์พร้อมจะให้บริการในทุก ๆ ด้าน

ลักษณะการให้ความรู้แก่ประชาชน

          ศูนย์จะนำงานวิจัยมาทดลองและทดสอบในการทำจริงๆ ให้ได้ผลตามที่วิจัยก่อนจะนำเผยแพร่แก่เกษตรกร เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีทางศูนย์จะจัดอบรมแก่เกษตรกรในบริเวณนั้น เป็นหลักสูตรต่าง ๆ โดยกำหนดเป็นเวลา ๓ หรือ ๕ วันตามแต่เรื่องที่ต้องการจะเผยแพร่

          ทุกศูนย์พัฒนาจะมี "หมู่บ้านรอบศูนย์" หรือ "หมู่บ้านบริวาร" ซึ่งหมู่บ้านเหล่านี้จะเป็น ผู้ทดลองการศึกษาก่อน เมื่อผลการศึกษาเป็นที่น่าพอใจแล้วก็จะกระจายความรู้ไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ในบริเวณนั้น จะเห็นได้ว่า "โรงเรียนพระดาบส" และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยแท้จริง แม้ว่าศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะมีวัตถุประสงค์ในเบื้องแรกเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลององค์ความรู้และนำผลที่ค้นพบไปเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็ดี พระราชประสงค์ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" นั้นคือ แนวพระราชดำริที่ทรงนำแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนมาผสมผสานกับการพัฒนา จึงเป็นการศึกษาเพื่อการพัฒนาสำหรับประชาชนโดยแท้จริง


โครงการตามพระราชดำริต่างๆ


       เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าร่วมดำเนินการในโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมาดังนี้

       โครงการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าแม้ว บ้านขุนกลาง และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านอ่างกาน้อย บ้านผาหมอน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีพระราชกระแสรับสั่งกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการที่จะเร่งพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ ในการพัฒนาชุมชนชาวเขาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ขึ้น โดยมอบให้จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการในเรื่องการศึกษา สาธารณสุขและกิจกรรมอื่น ๆ กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้มอบหมายให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ กลุ่มสนใจการศึกษาสายอาชีพ ๑๕๐ ชั่วโมง ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ตู้หนังสือเคลื่อนที่ อบรมเสริมความรู้โสตทัศนศึกษาแก่ราษฎรชาวเขาในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา

     

       โครงการพัฒนาชุมชนตำบลบ้านจันทร์ ราษฎรตำบลบ้านจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่รู้หนังสือถึงร้อยละ ๘๗ ทำให้การพัฒนาในด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างลำบาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เข้าร่วมดำเนินการในโครงการตามพระราชดำริตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา โดยจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐานปีละ ๑๒ ห้องเรียน จัดหนังสือหมุนเวียนทุกหมู่บ้าน จัดการศึกษาผู้ใหญ่ ระดับ ๓-๔ และทางวิทยุและไปรษณีย์ จัดอบรมกลุ่มแม่บ้านและจัดโครงการวิชาชีพเคลื่อนที่สู่ชนบท

      โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยแม่เพรียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เยี่ยมราษฎรบริเวณลุ่มน้ำห้วยแม่เพรียง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ทรงทราบสภาพปัญหาของท้องที่ ส่วนที่เป็นต้นน้ำลำธารนี้ จึงมีพระราชดำริให้กองฝึก อบรมพิเศษ ๑ กองทัพภาพที่ ๑ จัดทำโครงการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเน้นให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งทำกินของตนให้มากที่สุด กรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรี ได้เข้าร่วมดำเนินงาน จัดสอนวิชาชีพระยะสั้น จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน จัดกลุ่มสนใจ จัดโสตทัศนศึกษา และจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

       โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน เสด็จฯ ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน ๒๖๔ ไร่ เพื่อใช้ปลูกสร้างพระตำหนักที่ประทัน เมื่อเสด็จฯ เยี่ยมโครงการต่าง ๆ พระองค์ทรงรับไว้และมีพระราชดำริให้พัฒนาที่แห่งนี้เป็นศูนย์สาธิตตัวอย่าง รวมเข้ากับการพัฒนาทางด้านเกษตรที่ทันสมัยไว้ด้วย จึงเกิดโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนขึ้น มีผู้บริจาคที่ดินสมทบเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๒๒๗ ไร่เศษ กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าไปจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน โครงการอบรมวิชาชีพในการให้การศึกษาผู้ใหญ่ในชนบท และดำเนินตามโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติให้แก่ราษฎรในเขตพื้นที่โครงการตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๗

       โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เยี่ยมราษฎรในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้ทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และความเป็นอยู่ของราษฎร มีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามเสด็จฯ ดำเนินการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่พรุประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ให้ราษฎรใช้เป็นที่ทำกินและพัฒนาขึ้นได้ จึงได้เกิดโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาขึ้นที่บ้านพิกุลทอง หมู่ที่ ๖ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ เป็นต้นมา

ในการเสด็จฯ เยี่ยมโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

       "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองเป็นศูนย์ที่รวบรวมกำลังทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ทุกกรมกองทั้งในด้านการเกษตร ด้านสังคม การส่งเสริมการศึกษารวมอยู่ด้วยกัน ก็หมายความว่า ประชาชนซึ่งจะต้องใช้วิชาการทั้งหลาย ก็สามารถที่จะมาดูและศึกษาได้ ส่วนเจ้าหน้าที่จะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชน ก็จะอยู่พร้อมกันในที่เดียวกัน ซึ่งเป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่สำคัญปลายทาง คือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์และต้นทางคือผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์"

       กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าไปดำเนินการ จัดสอนการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน สอนวิชาชีพต่าง ๆ จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน บริการหนังสือเคลื่อนที่ จัดกลุ่มสนใจ จัดบริการโสตทัศนศึกษา จัดหีบหนังสือเคลื่อนที่ และโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติ ในพื้นที่ของโครงการตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

       โครงการศิลปาชีพจังหวัดสกลนคร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดสกลนคร ได้ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร แล้วจึงมีพระราชดำริพระราชทานให้จังหวัดสกลนคร จัดโครงการศิลปาชีพขึ้น เพื่อพัฒนาอาชีพของประชาชนในด้านศิลปกรรมและหัตถกรรมพื้นบ้าน รวมทั้งการดูแลสุขภาพอนามัย การศึกษาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน กรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสกลนครได้เข้าร่วมในโครงการนี้ในด้านการสอนวิชาชีพระยะสั้นแก่ประชาชน จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน กลุ่มสนใจโสตทัศนศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ทั้งประเภทชั้นเรียนและครูอาสาสมัครเดินสอน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ เป็นต้นมา

ที่มา : เครือข่ายกาญจนาภิเษก


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/203
Windows XP    Firefox 3.5.7   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

SMF Thai Translation Powered by SMF © 2006–2012, Simple Machines LLC

WordPress Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 20 พฤษภาคม 2555, 21:34:09

jQuery Plugin Copyright © 2551-2555 Themes Design & Hosting by DexMoreGroup

Sitemap | Thai Simple Machines Forum support SMF Thai

Web Begining | SMF Modifications | SMF Thai Translation Web Begining

Drupal | WordPress | CMS Joomla | jQuery Plugin | Web Graphics CMS Joomla