ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โครงการตามพระราชดำริต่างๆ
โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๑. การแก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริงที่แตกต่างกัน การพัฒนาจะต้องเริ่มต้นจากสภาพความเป็นจริง ศึกษาว่าปัญหาของพื้นที่นั้นคืออะไร และเลือกใช้วิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แปรเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
๒. การแลกเปลี่ยนสื่อสารระหว่างนักวิชาการ นักปฏิบัติ และประชาชน การศึกษาค้นคว้าทดลองวิจัยต่าง ๆ ที่ได้ผลแล้ว ควรจะนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงได้ ศูนย์ศึกษาฯ จึงควรเป็นแหล่งผสมผสานวิชาการและการปฏิบัติ เป็นแหล่งความรู้ของราษฎร เป็นแหล่งศึกษาทดลองของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างคน ๓ กลุ่ม คือ ราษฎร เจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาส่งเสริม และนักวิชาการ
๓. การพัฒนาแบบผสมผสาน ศูนย์ศึกษาฯ แต่ละแห่งจะเป็นแบบจำลองของพื้นที่และรูปแบบการพัฒนาที่ควรจะเป็น ในพื้นที่ลักษณะหนึ่ง ๆ นั้นจะสามารถใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที่ได้โดยวิธีใดบ้าง มิใช่การพัฒนาเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง แต่พยายามใช้ความหลากหลายสาขาที่สุด โดยให้แต่ละสาขาเป็นประโยชน์เกื้อหนุนกับการพัฒนาสาขาอื่น ๆ ด้วย
๔. การประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการ แนวทางการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพัฒนาฯ ทุกแห่งเน้นการประสานงาน การประสานแผนและการจัดการระหว่าง กรม กอง และส่วนราชการต่าง ๆ ให้เกิดเป็นจริงขึ้น
๕. เป็นศูนย์รวมในการให้บริการประชาชนเพื่อให้ได้รับความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีอยู่ทั้งหมด ๖ ศูนย์ กระจายอยู่ในภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค ดังนี้คือ
๑. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านการศึกษาวิจัย ดินพรุในภาคใต้ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด
๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านพัฒนาอาชีพต่าง ๆ ทั้งทางเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือนและการพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง
๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในการศึกษา ค้นคว้าเพื่อพัฒนา ปรับปรุง สภาพแวดล้อมด้านประมงชายฝั่งเพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตเพื่อการพึ่งตนเองในระยะยาว
๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำร
ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ งานหลักของศูนย์คือการศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมทั้งรูปแบบการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม
๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์นี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวทาง วิธีการที่จะพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม โดยพยายามหาวิธีการจะให้เกษตรกรมีส่วนในการปลูก ปรับปรุง และรักษาสภาพป่าพร้อมกับมีรายได้ และผลประโยชน์จากป่าด้วยในขณะเดียวกัน
๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา งานหลักคือการค้นคว้า ทดลอง สาธิตเกี่ยวกับการพัฒนาที่ทำกินของราษฎรให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของพืชหลายชนิด
ลักษณะงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์ จะมีแนวดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ
ลักษณะงานจะเป็นในเรื่องของการศึกษาทดลอง และทดสอบตามสภาพของภูมิศาสตร์ เพราะว่าศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์นั้น ต่างก็มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป งานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์นั้นจะไม่ทำการวิจัย เพราะว่างานวิจัยต่าง ๆ จะเป็นของนักวิชาการประจำห้องทดลอง ซึ่งวิจัย ค้นคว้าจนได้ผลแล้วจึงนำไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ เช่น กรณีศึกษาในเรื่องของข้าว ซึ่งทางศูนย์จะไม่ศึกษาว่าข้าวชนิดไหนมีโปรตีนเท่าไร รากยาวแค่ไหน แต่จะศึกษาแต่เพียงว่าข้าวชนิดนี้เหมาะแก่ประเทศไทยในภูมิภาคไหน และก็นำข้าวชนิดนั้นไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ ว่าดินชนิดที่วิจัยมาเหมาะกับข้าวชนิดใด และทดสอบได้เป็นผลดีแล้วจึงนำความรู้นั้นไปเผยแพร่ให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น เพื่อจะได้นำประโยชน์ที่ได้ไปพัฒนาการประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า จะให้ศูนย์ทั้ง 6 เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" เป็นศูนย์รวมซึ่งพัฒนางานทุกอย่าง และเป็นที่ที่เกษตรกรจะเข้าไปดูงานทุกอย่างได้โดยไม่ต้องไปไหนอีก ซึ่งสมัยก่อนนั้นเวลาจะดูงานทางด้านการประมง เกษตรกรก็ต้องไปสถานีประมง ถ้าจะดูเรื่องข้าวก็ต้องไปถึงที่แปลงข้าว แต่ในปัจจุบันเกษตรกรสามารถไปดูได้ที่ศูนย์ทันที ตัวอย่างเช่น ศูนย์พิกุลทอง ที่จังหวัดนราธิวาส ใครประสงค์จะดูงานด้านการเกษตรไม่ว่าด้านใดไปที่ศูนย์นี้ได้ทันที โดยศูนย์พร้อมจะให้บริการในทุก ๆ ด้าน
ลักษณะการให้ความรู้แก่ประชาชน
ศูนย์จะนำงานวิจัยมาทดลองและทดสอบในการทำจริงๆ ให้ได้ผลตามที่วิจัยก่อนจะนำเผยแพร่แก่เกษตรกร เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีทางศูนย์จะจัดอบรมแก่เกษตรกรในบริเวณนั้น เป็นหลักสูตรต่าง ๆ โดยกำหนดเป็นเวลา ๓ หรือ ๕ วันตามแต่เรื่องที่ต้องการจะเผยแพร่
ทุกศูนย์พัฒนาจะมี "หมู่บ้านรอบศูนย์" หรือ "หมู่บ้านบริวาร" ซึ่งหมู่บ้านเหล่านี้จะเป็น ผู้ทดลองการศึกษาก่อน เมื่อผลการศึกษาเป็นที่น่าพอใจแล้วก็จะกระจายความรู้ไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ในบริเวณนั้น จะเห็นได้ว่า "โรงเรียนพระดาบส" และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยแท้จริง แม้ว่าศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะมีวัตถุประสงค์ในเบื้องแรกเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลององค์ความรู้และนำผลที่ค้นพบไปเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็ดี พระราชประสงค์ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" นั้นคือ แนวพระราชดำริที่ทรงนำแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนมาผสมผสานกับการพัฒนา จึงเป็นการศึกษาเพื่อการพัฒนาสำหรับประชาชนโดยแท้จริง
โครงการตามพระราชดำริต่างๆ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าร่วมดำเนินการในโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมาดังนี้
โครงการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าแม้ว บ้านขุนกลาง และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านอ่างกาน้อย บ้านผาหมอน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีพระราชกระแสรับสั่งกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการที่จะเร่งพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ ในการพัฒนาชุมชนชาวเขาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ขึ้น โดยมอบให้จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการในเรื่องการศึกษา สาธารณสุขและกิจกรรมอื่น ๆ กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้มอบหมายให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ กลุ่มสนใจการศึกษาสายอาชีพ ๑๕๐ ชั่วโมง ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ตู้หนังสือเคลื่อนที่ อบรมเสริมความรู้โสตทัศนศึกษาแก่ราษฎรชาวเขาในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา
ลิงค์หัวข้อ:
http://dexmore.com/topic/204