แต่ ความสำคัญกลับมิได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่แห่งการรับเสด็จเพียงเท่านั้นที่ ปรากฏเป็นเรื่องราวบอกเล่ามาในปัจจุบัน แต่กำเนิดแห่ง "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ต่างหากที่กลายเป็นบริบทสำคัญอันก่อคุณูปการมากมายให้ประเทศสยาม
การรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน ร.ศ.126 นั้นมีนัยยะสำคัญใน 2 บริบท กล่าวคือ
หนึ่ง เพื่อเป็นการ
"รับพระขวัญ" พระพุทธ เจ้าหลวงจากที่พระองค์เสด็จฯไปรักษาพระองค์ที่ยุโรปนานถึง 7 เดือน
และ สอง เพื่อเป็นการเตรียมงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก อันเป็นพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่พระมหากษัตริยาธิราชเจ้า และสมโภชสิริราชสมบัติในมหามงคลสมัยที่พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินยาวนานกว่า พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ โดยพระราชพิธีดังกล่าว ได้รวมเอางานเปิดพระบรมรูปทรงม้าเข้าไว้ด้วย
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้ในเรื่องการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ว่า "เวลานั้นยังอีกปีเศษจะถึงอภิลักขิตมงคล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินนับได้ 42 ปี รัชกาลยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นบรรดาได้ปกครองประเทศสยามแต่ ปางก่อนทั้งสิ้น กำหนดว่าจะมีการสมโภชเป็นงานใหญ่ ดำรัสสั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ให้ทรงปรึกษากันกับเสนาบดีคิดกะโครงการพิธีรัชมงคล ว่าจะทำอย่างไรเสียแต่ในเวลาเสด็จไม่อยู่ (ขณะนั้นทรงประทับอยู่ยุโรป) แล้วกราบทูลไปอย่ารอไว้ให้เสียเวลา"
...งานฉลองราชสมบัติรัช มงคลครั้งนี้ผิดกับงานแต่ก่อน ด้วยเป็นมงคลอันพึงประสบได้ด้วยยากยิ่งนักควรให้ผิดกับงานแต่ก่อนๆ เห็นว่า ควรถือเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปกครองทำนุบำรุงประเทศและ ประชาชนชาวสยามให้เจริญรุ่งเรือง และไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเป็นสุขสำราญมาช้านานกว่าพระมหากษัตริย์แต่ปางก่อน ข้อ นี้เป็นหลักชักชวนชาวสยาม ทุกชาติทุกภาษาทั่วพระราชอาณาเขตให้บริจาคทรัพย์ตามกำลัง รวมเงินนั้นทูลเกล้าฯถวายเป็นของชาวสยามรายตัวทั่วหน้า พร้อมใจกันสนองพระเดชพระคุณอย่างที่เรียกกันเป็นสามัญว่า "ทำขวัญ"
การ เรี่ยไรเงินเพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมรูปทรงม้าจึงเริ่มขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าเมื่อเกือบ 100 ปีล่วงมาแล้ว คงมีชาวสยามเพียงไม่กี่คนที่รู้จัก คำว่า "พระบรมรูปทรงม้า" หรือ "อนุสาวรีย์" ความยิ่งใหญ่แห่งพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว จึงถูกจำลองไว้ในการจัดซุ้มรับเสด็จเมื่อพระองค์ท่านนิวัตพระนครซุ้มรับเสด็จดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเข้าในพระราชวังดุสิต
การ ก่อสร้างรูปจำลองพระพฤหัสทรงกวาง นั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า "ทำเทียบเป็นตัวอย่างที่จะสร้างพระบรมรูปทรงม้า"
ทั้ง นี้ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นเป็นตัวอย่างพระบรมรูปทรงม้าที่จะทำขึ้นเพื่อ น้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเวลาต่อมา
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าว่า "คนยินดีถวายเงินเฉลิมพระขวัญแพร่หลายจะได้เงินมาก ที่ประชุมเสนาบดีจึงลงมติแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช กราบทูลขอถวายพระบรมรูปทรงม้านั้นเป็นของประชาชนชาวสยาม สนองพระเดชพระคุณในงานรัชมงคล ก็โปรดพระราช ทานพระบรมราชานุญาต จึงเกิดมีพระบรมรูปทรงม้าขึ้นด้วยประการฉะนี้"
เงินที่เหลือจากการ สร้างพระบรมรูปทรงม้า รวมทั้งสิ้นทั้งต้นและดอกเบี้ยเป็นเงิน 982,672 บาท 48 สตางค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามมติเดิม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า จะเอาเงินนั้นใช้สถาปนาการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดประโยชน์แก่ชาวสยาม สนองคุณความกตัญญูกตเวทีที่ได้มีต่อพระองค์นั้น
แต่ยัง ไม่ทันตกลงว่าจะทำอย่างไร สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้าเสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงดำเนินการตามพระราชประสงค์ของพระบรมชนกนาถ โปรดให้ใช้เงินเฉลิมพระขวัญที่ยังเหลืออยู่ขยายโรงเรียนพลเรือนของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้กว้างขวาง และพระองค์ทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศ
เพื่อให้ เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์อันยิ่งใหญ่และถาวรในสมเด็จพระบรมชนกาธิราช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราช ทานเงินทุนที่เหลือจากการที่ราษฎรได้เรี่ยไรเพื่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปทรงม้าจำนวนเก้าแสนกว่าบาท ให้ใช้เพื่อสร้างอาคาร เรียนและเป็นตึกบัญชาการบนที่ดินของพระคลังข้างที่จำนวน 1,309 ไร่ ซึ่งอยู่ที่อำเภอปทุมวัน และเงินที่เหลือจากการสร้างก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เพื่อกิจการ ของโรงเรียน
การสถาปนา "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จากเงินที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้าเพื่อเฉลิมพระขวัญในคราวนั้น จึงน่ายังเป็นสิ่งสำคัญที่เหลืออยู่จากแบบจำลองพระพฤหัสทรงกวางที่ทำเทียบ เป็นตัวอย่างของซุ้มรับเสด็จกระทรวงโยธาธิการ
อันเป็นผลสืบเนื่องจากการรับเสด็จพระพุทธ เจ้าหลวง คราวเสด็จนิวัตพระนครจากการประ พาสยุโรป ร.ศ.126 ด้วยเหตุนี้ที่มา...มติชน วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10453 หน้า 33
ลิงค์หัวข้อ:
http://dexmore.com/topic/436