23 พฤษภาคม 2555, 13:13:27
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
  • noavata
  • ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Page Rank

ทำเว็บไซต์ | แต่งบอร์ด | ออกแบบ | SMF | Joomla | Drupal | WordPress | JQuery | CMS | ECommerce | Tel. +668-08577477

ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
icon message ผู้เขียน หัวข้อ: จักรพรรดิ 12 พระองค์ แห่งราชวงศ์ชิง - 愛新覺羅  (อ่าน 714 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
*
***



Thailand   หญิง ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้ ออฟไลน์
ราชวงศ์ชิง - 清朝

 



ราชวงศ์ชิงเริ่มตั้งแต่ ปี ค.ศ.1644 และสิ้นสุดลงใน ปี 1911
ตั้งแต่จักรพรรดินูรฮาจีชื่อจนถึงจักรพรรดิผู่อี๋ มีจักรพรรดิทั้งหมด 12 พระองค์
ปกครองแผ่นดินจีนนานถึง 268 ปี


ดินแดนของจีนในสมัยนั้นในช่วงที่กว้างใหญ่ที่สุดมีมากกว่า 12 ล้าน
ตารางกิโลเมตร เมื่อ ค.ศ.1616 นูรฮาจี หัวหน้าชนเผ่าแมนจูได้สร้าง
”จินยุคหลัง” จนถึง ปี 1636 หวงไท่จี๋ โอรส นูรฮาจี ชื่อเปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็น ”ชิง”

ปี 1644 หลี่จื้อเฉิง แม่ทัพชาวนาได้ยกทัพเข้าตีกรุงปักกิ่ง
และโค่นการปกครองของราชวงศ์หมิงลง จักรพรรดิฉงเจิน
กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงผูกพระศอสิ้นพระชนม์ที่เชิงเขาจิ่งซัน
ซึ่งอยู่ติดกับพระราชวังโบราณ ทหารราชวงศ์ชิงได้ฉวยโอกาสเข้าโจมตีทหารชาวนา
และประสบชัยชนะในที่สุด จากนั้นจึงย้ายเมืองหลวงจากภาคอีสานของจีน
มาอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ต่อมา ราชสำนักชิงค่อยๆ ปราบปรามกบฏชาวนาในท้องที่ต่างๆของจีน
และอิทธิพลหลงเหลือของราชวงศ์หมิงที่คิดจะฟื้นฟูหมิงทางภาคใต้ของจีน
จนกระทั่งได้ปกครองทั่วทั้งประเทศจีนในที่สุด


เพื่อให้ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นต่างๆผ่อนคลายลง
ในระยะต้นๆ ราชสำนักชิงได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการทำไร่ไถนา
ขยายพื้นที่เพาะปลูก และลดหรือยกเลิกภาษีอากรของชาวไร่ชาวนาตามสมควร
ทำให้สังคมจีนในสมัยนั้นพัฒนาก้าวหน้า กลางศตวรรษที่ 18
เศรษฐกิจสังคมศักดินายุคชิงได้พัฒนามากสู่ระดับสูงสุด
ได้รับสมญาว่าเป็น”สมัยที่เจริญรุ่งเรืองคังยงเฉียน” ระบบการปกครองแบบรวมอำนาจ
ที่ศูนย์กลางมีความสมบูรณ์และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ประเทศจีนมีความเข้มแข็งเกรียงไกร
สังคมสงบเรียบร้อย ถึงปลายศตวรรษที่ 18 ประชากรจีนมีจำนวนถึง 3 ร้อยล้านคน


ในปี 1661 แม่ทัพเจิ้งเฉิงกงได้นำกองเรือรบข้ามช่องแคบไต้หวันไปสู่เกาะไต้หวัน
พิชิตอาณานิคมชาวเนเธอร์แลนด์ที่ยึดครองไต้หวันนาน 38 ปี ในต้นปี 1662
ทหารเนเธอร์แลนด์ยอมจำนนต่อราชวงศ์ชิง ไต้หวันได้กลับคืนสู่อ้อมมาตุภูมิ

ปลายศตวรรษที่ 16 รัสเซียในสมัยพระเจ้าซาร์แผ่ขยายอาณาจักรมาทางตะวันออก
ในช่วงที่ทหารแมนจูบุกลงใต้ ประเทศจีนเกิดความปั่นป่วน
รัสเซียได้ฉวยโอกาสยึดครองเขตยาคึซา เขตหนีปู้ฉู่และเขตพรมแดนอื่นๆของจีน
ราชสำนักชิงได้ประท้วงและเรียกร้องให้ทหารรุกรานชาวรัสเซียถอนตัวออก
จากดินแดนของจีน ในค.ศ.1685 ถึง 1686 จักรพรรดิคังซีได้ยกทัพไปโจมตีทหารรัสเซีย
ที่ประจำเขตยาคึซา บังคับให้รัสเซียยอมเข้าร่วมการเจรจา
เพื่อแก้ไขปัญหาปักปันเขตแดนภาคตะวันออกของจีน ปี 1689
ผู้แทนจีนและรัสเซียได้จัดการเจรจาที่เขตหนีปู้ฉู่ ลงนาม ”สนธิสัญญาหนีปู้ฉู่”
อันเป็นสนธิสัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดนฉบับแรกของจีนกับรัสเซีย


กลางรัชกาลจักรพรรดิ์เฉียนหลง ราชสำนักชิงใช้กำลังทหารปราบปรามอิทธิพล
แบ่งแยกประเทศของเผ่าจุ่นเก๊อะเอ่อและกบฎของต้า-เสี่ยวเหอจั๊วะของเผ่าหุย
ทำให้เขตซินเกียงสงบเรียบร้อยลง ดำเนินนโยบายและใช้มาตรการต่างๆ
เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการคมนาคมของเขตชายแดนของจีน

สมัยราชวงศ์ชิง จีนได้ประสบผลสำเร็จอันใหญ่หลวงในด้านวัฒนธรรม
ปรากฏนักคิดยอดเยี่ยมหลายคน เช่นหวางฟูจือ  หวงจงซี  กู้เอี๋ยนอู่  
ตลอดจนไต้เจิ้นเป็นต้น  ขณะเดียวกัน ก็มีนักเขียนและศิลปิน
มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์จีน อาทิเช่นนายเฉาเสวี่ยฉิน  
ผู้ประพันธ์ ”ความฝันในหอแดง” อู๋จิ้งจือ  ข่งซ่างเหยิน  
ในด้านการวิจัยประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ชิงก็มีผลงานสะสมจำนวนมาก
มีนักศึกษาค้นคว้าฝ่ายต่างๆเกิดขึ้นไมาขาดสาย  ได้ปรากฏ หนังสือ”สื้อคู่ฉวนซู”
“กู่จินถูซูจิ๊เฉิง” อันเป็นหนังสือสรรนิพนธ์รวมชุดขนาดใหญ่
จีนสมัยราชวงศ์ชิงยังได้ประสบผลสำเร็จในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมาก
โดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมการก่อสร้าง


สำหรับเศรษฐกิจในสมัยนั้น จีนสมัยราชวงศ์ชิงยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรม
ในด้านวัฒนธรรมและความคิด ราชวงศ์ชิงยังคงส่งเสริมหลักการและคำสอนต่างๆ
ของสังคมศักดินาที่สืบทอดกันมา เพื่อพิทักษ์การปกครองของจักรพรรดิ
ราชวงศ์ชิงได้จำคุกบุคคลส่วนหนึ่งในสังคมเพราะเขียนบทประพันธ์
ที่เสียดสีหรือแสดงความคิดเห็นคัดค้านต่อต้านราชวงศ์ชิง  
ความสัมพันธ์ด้านต่างประเทศนั้นปิดประเทศมาช้านาน  จึงหลงภูมิใจในตน.


หลังช่วงกลางราชวงศ์ชิง ความขัดแย้งทางสังคมต่างๆนับวันรุนแรงยิ่งขึ้น
และปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น เกิดการกบฎต่อต้านราชวงศ์ชิงไม่ขาดสาย
การเกิดกบฎลัทธิไป๋เหลียนเจี้ยวทำให้ความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์ชิงสิ้นสุดลง

สงครามฝิ่นที่เกิดขึ้น ในค.ศ.1840 และการรุกรานของจักวรรดินิยมต่างประเทศบีบ
บังคับให้ราชสำนักชิงต้องลงนามสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ
กับจักรวรรดินิยมต่างชาติที่รุกรานจีน ปักปันดินแดนและจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม
ให้กับผู้รุกราน เปิดเมืองท่าให้ชาวต่างชาติ ทำให้สังคมจีนค่อยๆกลายเป็น
สังคมกึ่งเมืองขึ้นกึ่งศักดินา ปลายราชวงศ์ชิง การเมืองทุจริตเน่าเฟะ
กระแสความคิดสังคมไม่ได้พัฒนา ประชาชนจีนที่ติดยาฝิ่นร่างกายอ่อนแอ
ขาดความมั่นใจในตนเอง สังคมศักดินาจีนค่อยๆเข้าสู่ระยะเสื่อมโทรม
ประชาชนจีนมีความเดือดร้อนทุกข์ยาก จึงก่อการเคลื่อนไหวต่อต้านจักรวรรดินิยม
และศักดินานิยมต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวไท่ผิงเทียนกั๋ว ซึ่งเป็นกบฎชาวนา
มีอิทธิพลใหญ่หลวง โจมตีการปกครองของราชวงศ์ชิงอย่างรุนแรง
เพื่อช่วยประเทศชาติและกอบกู้ชะตากรรมของตน ภายในชนชั้นปกครองราชวงศ์ชิง
ได้ดำเนินการปฏิรูปบ้าง เช่น การเคลื่อนไหวหยังอู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ราชสำนักชิง
ส่งนักศึกษาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและศึกษาประสบการณ์จากประเทศฝรั่งที่ทันสมัยแล้ว
และปฏิรูประบอบการเมืองอู้ซวีซึ่งมุ่งปฏิรูประบอบการปกครองแบบศักดินาของจีน
และต่อต้านการปกครองประเทศแบบเผด็จการของชนชั้นเจ้านายที่ดิน
นักปฏิรูปคิดที่จะสร้างฟื้นฟูความเจริญรุ่ง เรืองและมั่งคั่งให้กับประเทศจีน
จากระดับบนสู่ระดับล่าง แต่ต้องประสบความล้มเหลวในที่สุด
บุคคลที่มีอุดมคติกว้างไกลและมีวิสัยทัศน์และวีรบุรุษที่ยอมเสียชีวิต
เพื่อประเทศชาติจำนวนนับไม่ถ้วน ได้ต่อสู้รุ่นแล้วรุ่นเล่า กระแสชาตินิยมของจีน
ได้พัฒนาไปสู่จุดสูงสุดในยุคใกล้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ใน ปีค.ศ.1911
การปฏิวัติซินไฮ่ ดร.ซุนยัดเซ็นเป็นผู้นำได้โค่นล้มการปกครองของราชวงศ์ชิง
และสิ้นสุดสังคมศักดินาจีนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ประวัติศาสตร์จีนได้เข้าสู่ยุคใหม่

 

จักรพรรดิ 12 พระองค์ แห่งราชวงศ์ชิง - 愛新覺羅



1. จักรพรรดิ นูรฮาชี - 努爾哈赤




พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - เกาตี้ 高帝
พระนามแต่งตั้ง - ไท่จู่ 太祖
รัชศก - เทียนมิ่ง 天命
ปีครองราชย์  2159 - 2169 (1616 - 1626)

ประสูติ เมื่อปี 1559
สิ้นพระชนม์ อายุ 68 ในปี 1626 ฝังที่เมืองหยาง (沉阳城)



2. จักรพรรดิ หวงไท่จี๋ - 皇太極




พระนามเรียกขาน (อย่างสั้น) - เหวินตี้ 文帝
พระนามแต่งตั้ง - ไท่จง 太宗
รัชศก - เทียนมิ่ง 天命
ปีครองราชย์ 2169 - 2186 (1626-1643)

ประสูติเมื่อปี 1592
สิ้นพระชนม์ อายุ 51 ในปี 1643



3. จักรพรรดิ ซุ่นจื้อ - 顺治



พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - จางตี้ 章帝
พระนามแต่งตั้ง - ซื่อจู่世祖
รัชศก - ซุ่นจื้อ 順治

พระนามเดิม ฟู่หลิน (福臨) ครองราชย์ 2187 -2204 ( 1644-1661) รวม 17 ปี
เป็นพระโอรสของ จักรพรรดิ ไท่จง เมื่อทรงครองราชย์เมื่ออายุเพียง 6 ขวบ
จึงมีผู้สำเร็จราชการ คือ อ๋องทอร์คุน พระอนุชาต่างพระมารดาของพระราชบิดา
ซึ่งมีอิทธิพลมาก แต่ถูกคานจาก พระนางเสี้ยวจวง พระมารดา
ในยุคนี้ยังต้องปราบปรามการต่อต้านจากชาวฮั่นอย่างยาวนานถึง 17 ปี
จนเมื่ออ๋องทอร์คุนตาย พระองค์จึงได้มีอำนาจเต็มที่ แต่ก็ทรงเสียชีวิตด้วย
ไข้ทรพิษ
ใน ปี 2204 เมื่อมีอายุเพียง 24 พรรษา


            
4. จักรพรรดิคังซี - 康熙




พระนามเดิม - เสวียนเย่ - 玄燁
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) -  เหรินตี้仁帝
พระนามแต่งตั้ง - เซิ่งจู่聖祖
รัชศก - คังซี 康熙


จักรพรรดิคังซี 康熙 Kangxi ครองราชย์ 2204 -2265 (1661- 1722) รวม 61 ปี
พระองค์เป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ของจักรพรรดิ ซุ่นจื้อ
ครองราชย์ตั้งแต่อายุ เพียง 7 พรรษา ถูกดูแลมาด้วย พระนางเสี้ยวจวง
( ในยุคนี้ได้เป็น ไท่หวงไทเฮา ) ทรงมีความสามารถตั้งแต่ทรงพระเยาว์
เมื่ออายุ ได้ 13 พรรษา ก็ออกว่าราชการด้วยพระองค์เอง ในยุคนี้มีการต่อสู้ระหว่างชาวฮั่น
ที่ต้องการกู้ราชวงศ์หมิง รวมถึงชนเผ่าอื่น ๆ ที่ต้องการก่อกบฏ จักรพรรดิคังซี
ทำสงครามภายในประเทศยาวนานถึง 8 ปี จึงพิชิตแคว้นต่าง ๆ ได้ราบคาบ
ก่อนที่พระองค์จะมีพระชนมายุ 30 พรรษา ทั้งขยายอาณาเขตถึงมองโกเลียและทิเบต
และได้ทำสงครามกับรัสเซียในยุคสมัยของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช
และได้รับชัยชนะด้วย ซึ่งสงครามได้จบลงที่การสร้างสัมพันธไมตรีต่อกัน
รวมถึงการยกทัพบุกพม่า ทำให้จีนในยุคนี้เข้มแข็งและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
              
ทรงจัดทำ พจนานุกรมคังซี ซึ่งรวบรวมตัวอักษรจีนได้ครบถ้วนที่สุดสมัยนั้น
พระองค์นับเป็นฮ่องเต้ที่ครองราชย์ยาวนานมากที่สุดพระองค์หนึ่ง มีสนมถึง 35 คน
บุตรและธิดารวม 55 องค์
ทำให้ปลายสมัยของพระองค์เกิดการแย่งชิงราชสมบัติ
ของพี่น้องด้วยกันเอง ที่เรารู้จักในนาม ศึกสายเลือด
              
รัชสมัยของจักพรรดิคังซีตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
และราชวงศ์บ้านพลูหลวงของอาณาจักรอยุธยา


            
5. จักรพรรดิหย่งเจิ้น - 雍正                





พระนามเดิม - อิ้นเจิน 胤禛
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - เซี่ยนตี้ 憲帝
พระนามแต่งตั้ง - ซื่อจง世宗
รัชศก -หย่งเจิ้น 雍正

จักรพรรดิหย่งเจิ้น 雍正  พ.ศ. 2265-2278 (1722-1735 ) รวม 13 ปี
ป็นองค์ชายที่ 4 ของจักรพรรดิ์คังซี เป็นเรื่องเล่ากันต่อมาว่า
พระองค์ชิงราชบัลลังก์จากองค์ชาย 14 โดยแก้ไขลายพระหัตถ์ของพระบิดา
ทำให้รัชสมัยของพระองค์มีเรื่องราวแย่งชิงกันระหว่างพี่น้องจนพระองค์ได้ชื่อว่า
เป็น "จักรพรรดิบัลลังก์เลือด" หรือ "จักรพรรดิทรราช "
              
คือ การเปลี่ยนแปลงวิธีการแต่งตั้งองค์รัชทายาท จากการแต่งตั้งโดยเปิดเผย
อันเป็นสิ่งปฏิบัติมาแต่อดีต เป็นทรงแต่งตั้งโดยเป็นความลับ
โดยจารึกพระนามขององค์รัชทายาทใช้หลังป้ายแผ่นหนึ่ง
ที่มีชื่อเรียกว่า เจิ้งต้ากวางหมิง (正大光明) ซึ่งเก็บลับไว้ในหีบ
ซึ่งธรรมเนียมนี้จักรพรรดิองค์ต่อ ๆ มาก็ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาด้วย
              
พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างกระทันหัน ในปี พ.ศ. 2278 (ค.ศ. 1735)
เล่ากันว่าพระองค์ทรงโปรดที่จะเสวยยาอายุวัฒนะ
และผลจากการเสวยยาทำให้พระองค์มีพระชนม์ชีพสั้น


            
6. จักรพรรดิเฉียนหลง - 乾隆          





พระนามเดิม - หงลี่ 弘曆
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - ฉุนตี้ 純帝
พระนามแต่งตั้ง - เกาจง 高宗
รัชศก -เฉียนหลง 乾隆




รูปวาดสมัยยังหนุ่มของจักรพรรดิ์ เฉียนหลง


จักรพรรดิเฉียนหลง - 乾隆  2278 -2338 (1735-1795) รวม 60 ปี
ชื่อเดิม เจ้าชายหงลี่ องค์ชายที่4 ในจักรพรรดิหย่งเจิ้น และเป็นหลานโปรดของ
จักรพรรดิคังซี เพราะมีความเฉลียวฉลาดตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงครองราชย์เมื่ออายุ 25 ปี
              
จักรพรรดิเฉียนหลงได้สร้างความเจริญมากมายให้กับประเทศจีน
โดยเฉพาะการจัดทำสารานุกรม ซื่อคู่เฉวียนซู
ขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2316 (ค.ศ. 1773) - พ.ศ. 2325 (ค.ศ. 1782)
ถือเป็นมรดกโลกที่สำคัญชิ้นหนึ่ง


จักรพรรดิเฉียนหลงมีคนสนิทที่ทรงใกล้ชิดอยู่คนหนึ่ง ชื่อ เหอเซิน
ที่มักคอยเอาอกเอาใจอยู่ตลอด และมักชวนจักรพรรดิเฉียนหลงเสเพลอยู่เสมอ ๆ
จักรพรรดิเฉียนหลงทรงโปรดเหอเซินมาก ทำให้เหอเซินเหิมเกริม
กระทำการทุจริตต่าง ๆ นานา ยิ่งโดยเฉพาะในปลายรัชสมัยมีการจับจ่าย
ใช้เงินทองจำนวนมากเพื่อความสำราญของคนในพระราชวัง ทำให้ราชวงศ์ชิงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
              
จักรพรรดิเฉียนหลงทรงมีพระโอรสที่ปรีชาสามารถมากคือเจ้าชายหย่งฉี
พระโอรสองค์ที่ 5 ซึ่งประสูติแต่ฮองเฮาองค์ที่ 2 เจ้าชายหย่งฉีเป็นผู้ที่ปรีชาสามารถ
ทั้งบุ๋นและบู๊ เป็นความหวังว่าจะได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระองค์
แต่กลับสิ้นพระชนม์เสียก่อนตั้งแต่ยังหนุ่ม
              
ในปี พ.ศ. 2338 (ค.ศ. 1795) ปีที่ 60 ที่ทรงครองราชย์จักรพรรดิเฉียนหลง
ได้สละราชสมบัติให้พระโอรส ด้วยไม่ทรงปรารถนาจะครองราชย์ยาวนานเกินกว่า
จักรพรรดิคังซีผู้ทรงเป็นพระอัยกา อย่างไรก็ตามแม้จะสละราชบัลลังค์แล้ว
แต่อำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับพระองค์ โดยทรงขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น
พระบิดาหลวง หรือ จักรพรรดิสูงสุด (ไท่ซั่งหวง, 太上皇帝) พระองค์สวรรคตเมื่อปี 2342


            

7. จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง - 嘉庆





พระนามเดิม -  หยงเหยี่ยน 顒琰
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - หรุ้ยตี้ 睿帝
พระนามแต่งตั้ง - เหรินจง 仁宗
รัชศก - เจี่ยชิ่ง - 嘉慶


จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง 嘉庆 พ.ศ. 2339–พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1796- 1820)
รวมระยะเวลาที่ได้ทรงครองราชย์ 24 ปี


พระโอรสองค์ที่ 15 ของ จักรพรรดิเฉียนหลง ทรงขึ้นครองราชย์
เมื่อมีพระชนม์ 37 พรรษา ปี พ.ศ. 2342 (ค.ศ. 1799) จักรพรรดิเฉียนหลงได้สวรรคต
พระองค์จึงได้อำนาจในการปกครองอย่างแท้จริง
              
สิ่งแรกที่ทำคือทรงได้กำจัดเหอเซิน ที่เป็นขุนนางกังฉิน โกงกินชาติ
ซึ่งเป็นคนสนิทของจักรพรรพิเฉียนหลง ทรงรวบรวมขุนนาง
และบรรดาผู้ที่จงรักภักดีเพื่อกำจัดเหอเซิน โดยบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง
ที่มีบทบาทในการครั้งนี้คือ อ๋องเฉิน ซึ่งเป็นพระเชษฐา (พี่ชาย )
ของพระองค์และเป็นพระโอรสลำดับที่ 11
              
ตลอดรัชสมัย ทรงพบกับการก่อกบฏและเรื่องทางความมั่นคงมากมาย
เช่น กบฏพรรคบัวขาว, กบฏโจรสลัดไต้หวัน กบฏพรรคเที่ยงธรรม เป็นต้น
ซึ่งกบฏเหล่านี้ส่วนใหญ่ เป็นกบฏชาวฮั่นที่รวบรวมคนไว้เพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิง
กอบกู้ราชวงศ์หมิงนั่นเอง จากการปราบกบฏนี่เอง
ทำให้พระองค์เกิดความไม่ไว้พระทัยในตัวขุนนางและบรรดาคนใกล้ชิดหลายคน
และแม้แต่อ๋องเฉินด้วย ทำให้อ๋องเฉินลาออกจากราชการไป
              
พระองค์ทรงใช้ทั้งนโยบายที่ผ่อนปรนและแข็งกร้าวสลับกันไป
เช่น การห้ามชาวแมนจูแต่งงานกับชาวฮั่นเด็ดขาด หรือ
การห้ามชาวคริสต์เผยแพร่ศาสนาเด็ดขาด รวมทั้งการห้ามราษฎรสูบฝิ่นด้วย เป็นต้น
ซึ่งสิ่งทั้งหมดเหล่านี้จะส่งผลต่อความมั่นคงตามมาในภายหลัง
              
ในปลายรัชสมัย ทรงมีพระพลานามัยอ่อนแอ
ด้วยทรงสูงพระชันษาประกอบกับการกลัดกลุ้มพระทัยอยู่บ่อยครั้ง
เกี่ยวกับราชภารกิจ ทรงสวรรคตใน ปี พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) พระชนมายุ 61 พรรษา


            
8. จักรพรรดิเต้ากวง - 道光





พระนามเดิม -  หมินหนิง 旻寧
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - เฉิงตี้  成帝
พระนามแต่งตั้ง - เซวียนจง 宣宗
รัชศก -  เต้ากวง 道光


จักรพรรดิเต้ากวง - 道光 ปี พ.ศ. 2363 -พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1820-1850) ระยะเวลา 30 ปี

มีพระนามว่า เหมี่ยนหนิง เป็นองค์ชายรองในจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง
ซึ่งประสูติจากมเหสีที่มีชื่อว่า พระนางเสี้ยวซู (孝淑皇后)
แต่พระมารดาได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์วัย
จักรพรรดิเจี่ยชิงพระราชบิดาจึงได้สถาปนาเจ้าจอมองค์ใหม่ขึ้นเป็น
พระนางเสี้ยวเหอ (孝和皇后) ซึ่งเป็นบุตรสาวของขุนนางพวกเดียวกับเหอเซิน
ที่ทรงไม่ไว้วางพระทัย แต่ทรงทำไปด้วยด้วยเหตุผลทางการเมือง
นั่นทำให้จักรพรรดิเต้ากวงเมื่อยังทรงพระเยาว์ก็ไม่โปรดในตัวพระนางด้วยเช่นกัน
แม้จะมีศักดิ์เป็นพระมารดาเลี้ยงก็ตาม แต่ภายหลังจึงได้ยอมรับพระนาง
              
ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวง ได้ทรงหาทางกำจัดขุนนางกังฉิน
และบรรดาขุนนางที่ไม่เอาการเอางาน จึงทำให้เหล่าขุนนางลับหลัง
จะนินทาพระองค์อยู่เสมอ ๆ และทำให้ขุนนางแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายต่าง
ก็สนับสนุนพระโอรสอันเกิดจากพระมารดาที่เป็นชนเผ่าเดียวกับตน
แต่พระองค์ก็ได้หาทางบริหารประเทศอย่างเต็มที่ ในรัชสมัยของพระองค์
ประเทศเป็นปึกแผ่น ดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนแออันเกิดจาก
การฉ้อราษฎร์บังหลวง เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด คือ สงครามฝิ่นกับอังกฤษ
ในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) และ พ.ศ. 2383 (ค.ศ. 1840) ยุคล่าอาณานิคม
ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และ นำมาสู่การสูญเสียเกาะฮ่องกง
และการล่มสลายของราชวงศ์ชิงในภายหลัง
ในรัชสมัยนี้พระองค์ได้ออกนโยบายให้ทุกคนในวังประหยัด
โดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง
              
ได้สวรรคตในปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) เมื่อมีพระชนม์มายุ 69 ปี


            


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/5076
Windows NT 6.1    Chrome 9.0.597.98   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
*
***



Thailand   หญิง ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้ ออฟไลน์
icon message
general ความคิดเห็นที่ 1 เมื่อ: 2 มีนาคม 2554, 11:13:38
9. จักรพรรดิเสียนเฟิง - 咸豐帝





พระนามเดิม -  อี้จู่  奕詝
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - เสี่ยนตี้ 顯帝
พระนามแต่งตั้ง - เหวินจง 文宗
รัชศก -  เสียนเฟิง 咸豐


จักรพรรดิเสียนเฟิง - 咸豐帝 พ.ศ. 2393 – 2404 (ค.ศ. 1850- 1861) รวม 11 ปี

มีนามเดิมว่า อ้ายซินเจวี๋ยหลัว อี้จู่ หรือองค์ชาย อี้จู่ ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2374 (ค.ศ. 1831)
ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์ 19 พรรษา เป็นราชโอรสองศ์ที่ 4 ของจักรพรรดิเต้ากวง

              
ซึ่งในระหว่างที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ พระราชประเพณีจีนห้ามจักรพรรดิองค์ใหม่
มีมหเสีหรือพระสนม และต้องไว้ทุกข์เป็นเวลานานถึง 27 เดือน

เมื่อผ่านช่วงไว้ทุกข์ไปแล้ว จึงมีการเลือกพระสนม และได้
พระมหเสีองค์แรกของจักรพรรดิเสียงฟง คือ พระนางหนิวฮู่ลู่
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพระนางหวางไท่โฮ่ว
              
ในสมัยพระองศ์เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ซึ่งส่งผลให้เกาะฮ่องกง
ตกเป็นของจักรวรรดิอังกฤษโดยสมบูรณ์ และมาเก๊าตกเป็นของโปรตุเกส
และกบฏไท่ผิง โดย หง ซิ่วฉวน ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศและราชวงศ์
              
จักรพรรดิเสียนฟง มีพระมหเสีองค์รองอีกหนึ่งพระองค์
ที่ต่อมามีบทบาทอย่างมากในประวัติศาสตร์ภายหลัง คือ พระนางซูสีไทเฮา

              
พระองค์สวรรคตในปีพ.ศ. 2404(ค.ศ. 1861) ด้วยพระชนมายุเพียง 30 พรรษา
ด้วยพระโรคที่รุมเร้าจากทรงกลัดกลุ้มในปัญหาของบ้านเมือง


            

10. จักรพรรดิถงจื้อ - 同治
            




พระนามเดิม - ไจ่ฉุน  載淳
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) - อี้ตี้  毅帝
พระนามแต่งตั้ง - มู่จง 穆宗
รัชศก -   ถงจื้อ 同治


จักรพรรดิถงจื้อ - 同治 2404 -2418 ( 1861-1875) รวม 14 ปี

มีพระนามเดิมว่า อ้ายซินเจวี๋ยหลัว หรือ องค์ชายไจ้ฉุน
เป็นราชโอรสองศ์เดียวในจักรพรรดิเสียนเฟิงกับซูสีไทเฮา ว่ากันว่าเมื่อพระองค์เติบโต
พระองค์ได้ระบายอารมณ์กับเหล่าขันทีและมักจะเข้าซ่องเสมอ
ทำให้พระองค์เสียชีวิตด้วยโรคซิฟิลิส
              
แต่ในยุคสมัยของพระองค์ บุคคลที่มีอำนาจมากที่สุด คือ พระนางซูสีไทเฮา
และฉืออันไทเฮา ซึ่งเป็นการว่าราชการหลังม่าน พระองค์เพียงแต่พูดตามคำของพระนางเท่านั้น


            

11. จักรพรรดิกวังซวี่ - 光緒





พระนามเดิม - ไจ่เถียน 載湉
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) -  จิ่งตี้  景帝
พระนามแต่งตั้ง - เต๋อจง 德宗
รัชศก - กวังซวี่  光緒


จักรพรรดิกวางซวี (กวางสู้ หรือ กวางสู) - 光绪帝  2418-2451 ( 1875-1908) รวม33 ปี

พระนามเดิมว่า อ้ายซินเจวี๋ยหลัว ไจ้เถียน เป็นบุตรของเจ้าชายจุนที่ 1
ซึ่งเป็นอนุชาของจักรพรรดิเสียนเฟิง พระราชมารดาคือน้องสาวของซูสีไทเฮา
ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ การขึ้นครองราชย์ของพระองศ์เป็นการผิดกฎมณเฑียรบาล
เพราะจักรพรรดิถงจื้อก่อนสิ้นพระชนม์ได้แต่งตั้งเจ้าชายไซ่ชูพระญาติรุ่นหลัง
ให้เป็นรัชทายาท แต่ในเมื่อพระนางซูสีไท่เฮาต้องการให้กวางสูขึ้นครองราชย์ก็ไม่มีใครกล้าขัด
              
ในรัชสมัยของพระองค์อำนาจยังคงอยู่ในมือของพระนางซูสีไทเฮา
บทบาทที่สำคัญของพระองค์คือการปฏิรูป 100 วัน แต่ไม่สำเร็จ
และถูกพระนางซูสีไทเฮาจับขังในพระราชวังฤดูร้อน จนกระทั่งสิ้นพระชนม์
           



12. จักรพรรดิซวนถง (ปูยี ) - 溥儀




            
พระนามเดิม - ผู่อี๋ 溥儀
พระนามเรียกขาน(อย่างสั้น) -  ซวิ่นตี้  遜帝
รัชศก - เซวียนถ่ง 宣統


จักรพรรดิซวนถง (ปูยี ) - 溥儀 2451-2455 ( 1908-1912 ) รวม 4 ปี

มีพระนามเต็มว่า อ้ายซิน เจี๋ยหลอ ปูยี
(พระราชสมภพ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2449 สวรรคต 17 ตุลาคม พ.ศ. 2510
เป็นบุตรขององค์ชายชุน หลานของพระนางซูสีไทเฮา
และขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 2 ปี และขึ้นครองราชยืได้ไม่นาน
พระนางซูสีไทเฮาก็สวรรคต และพระองค์
เป็นจักรพรรดิ์องค์สุดท้าย (末代皇帝) ของประเทศจีน
              
ปูยีดำรงตำแหน่งจักรพรรดิของประเทศจีนระหว่าง ค.ศ. 1908 - ค.ศ. 1912
และอภิเษกกับจักรพรรดินีว่านหยง (婉容皇后) หลังจากนั้น
ในปี พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1924) ปูยีถูกขับออกจากพระราชวังต้องห้ามและดำรงชีวิตดุจสามัญชน

            






เครดิต
http://thai.cri.cn/chinaabc/chapter14/chapter140111.htm
http://baike.baidu.com/image/507c3897877b7d2854fb9678
http://www.wuxiasociety.org/forum/viewtopic.php?t=3572
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.wangchao.net.cn/shop/product_385730.html
http://www.lw263.net/Html/xlw/lsxlw/1244520101012173215.html
http://timcallister.blogspot.com/2010_08_01_archive.html
http://www.stnn.cc:82/arts/200908/t20090826_1101570_1.html


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/5076
Windows NT 6.1    Chrome 9.0.597.98   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

SMF Thai Translation Powered by SMF © 2006–2012, Simple Machines LLC

WordPress Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 16 พฤษภาคม 2555, 16:32:02

jQuery Plugin Copyright © 2551-2555 Themes Design & Hosting by DexMoreGroup

Sitemap | Thai Simple Machines Forum support SMF Thai

Web Begining | SMF Modifications | SMF Thai Translation Web Begining

Drupal | WordPress | CMS Joomla | jQuery Plugin | Web Graphics CMS Joomla