23 พฤษภาคม 2555, 13:24:59
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
  • noavata
  • ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Page Rank

ทำเว็บไซต์ | แต่งบอร์ด | ออกแบบ | SMF | Joomla | Drupal | WordPress | JQuery | CMS | ECommerce | Tel. +668-08577477

ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
icon message ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดตำนานความสุดยอด! ของแบรนด์ระดับโลก "เป็ปซี่"  (อ่าน 814 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
*
***



Thailand   หญิง ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้ ออฟไลน์


คือว่า....วันนี้เรามาดูตำนานโลโก้ของเป๊ปซี่ กันก่อนดีกว่านะเจ้าคะ
เรียกน้ำย่อย...มาดูกันว่าเริ่มแรกเลย โลโก้ของเป๊ปซี่จะหน้าตาเป็นไงกันน่ะ? แล้วแต่ละปี โล้โก้
จะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนบ้าง ใครจำอันไหนได้ หรือเคยเห็นอันไหนมาก่อน
มาดูกันว่า...เราเกิดทันในช่วงโลโก้เป๊ปซี่ อันไหน ^O^ ก็สังเกตุดูด้วยนะคะ...เริ่มเลยๆ







ในปี 1898 อากาศของเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ธ คาโรไลนา ร้อนและชื้น
เหมือนอย่างเช่นเคย เภสัชกรหนุ่มนาย คาเลบ แบรดแฮม ได้คิดคิดค้นเครื่องดื่มชนิดใหม่
ซึ่งปรุงขึ้นด้วยเครื่องเทศ น้ำผลไม้ และ น้ำเชื่อม เพื่อเป็นบริการให้แก่ลูกค้าในร้านขายยา
ของเขาและได้รับความนิยมเหนือความคาดหมาย นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของเครื่องดื่ม
ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในขณะนี้... เป๊ปซี่-โคล่า


ในปี 1902 เขาเริ่มดำเนินกิจการบริษัท Pepsi-Cola ในห้องด้านหลังร้านขายยา เขาจดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าและ
ได้รับมอบสิทธิบัตรเมื่อ 16 มิถุนายน

ในปี 1903 ในตอนแรกเขาผสมเครื่องดื่มด้วยตัวเองและจำหน่ายผ่านตู้กดน้ำ
แต่ในไม่ช้าคาเลบเริ่มรู้ตัวว่ามีโอกาสอันดีรออยู่ - นั่นคือการบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่า
เพื่อที่ว่าทุกๆ คนในวงกว้างจะได้สามารถลิ้มรสเครื่องดื่มของเขาได้

ในปี 1903 ธุรกิจเป๊ปซี่-โคลาเริ่มต้นด้วยโฆษณาภายใต้แนวคิดว่า "สดชื่น มีชีวิตชีวา ช่วยย่อยอาหาร"
ทำให้ คาเลบขายเครื่องดื่มของเขาได้ 7,968 แกลลอน

ในปี 1905 เขาได้ขยายการบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่าออกไปอีก 2 สาขา
ให้กับนักลงทุนอิสระในเมือง ชาร์ล็อต และ เดอร์แฮม นอร์ธคาโรไลนา






ในปี 1906 ได้สาขาขยายเพิ่มขึ้นอีกเป็น 15 สาขา

ในปี 1907 เพิ่มก้าวกระโดดไปเป็น 40 สาขา

ในปี 1910 มีสาขาของเป๊ปซี่-โคลาตั้งอยู่ใน 24 รัฐ และขายเครื่องดื่มได้กว่า 100,000 แกลลอนต่อปี

ในปี 1913 บทบรรณาธิการหนังสือ Greensboro Patriot ได้กล่าวถึง
คาเลบว่า  "กระตือรือร้นและเปี่ยมพลังในธุรกิจ" อีกทั้งเขายังได้รับ
การกล่าวถึงว่าอาจถูกเสนอชื่อลงเลือกตั้งอีกด้วย

ในปี 1923 คาเลบกลับไปยังร้านขายยาของตัวเองแล้วขายเครื่องหมายการค้า
เป๊ปซี่-โคลาให้แก่บริษัท คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น นับเป็นครั้งแรกที่เป๊ปซี่-โคลามีเจ้าของหลายราย

ในปี 1931 แม้ว่าเขาจะใช้ความพยายามอย่างที่สุด
มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ของบริษัท แต่  Pepsi-Cola ก็ต้องประสบปัญหาล้มละลายอีก
เป็นครั้งที่สอง จนกระทั่ง ชาร์ลส์ จี กัธ ผู้ผลิตลูกกวาดที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง
ได้เข้ามากอบกู้ Pepsi-Cola  กัธ เป็นประธานกลุ่มบริษัท Loft ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ของร้านขายลูกกวาด
และตู้น้ำโซดาในแถบชายฝั่งภาคตะวันออก เขาเล็งเห็นว่า Pepsi-Cola
คือโอกาสที่จะหยุดการดำเนินสัมพันธ์ธุรกิจกับบริษัท Coca-Cola และในเวลาเดียวกัน
เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับตู้น้ำโซดาของ Loft ด้วย ซึ่งนับว่าเขาคิดถูก
เพราะภายใต้การนำของกัธ Pepsi-Cola กลายมาเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ภายใน 2 ปีหลังจากที่ขายกิจการ Pepsi-Cola ทำรายได้ 1 ล้านดอลลาร์
เป็นการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาใหม่อีกครั้ง ความยากลำบากในครั้งนั้นมีเหตุเนื่องมาจาก
การที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงความตกต่ำของระบบเศรษฐกิจ
ซึ่งกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจโลกดังที่เราทราบกัน

ในปี 1934 บริษัทย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังเมือง ลอง ไอร์แลนด์ นิวยอร์ค
และอีก 4 ปีหลังจากนั้น วอลเตอร์ เอส แม็ค ก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานคนใหม่
ของ Pepsi-Cola แม็คเชื่อว่าการโฆษณาเป็นรากฐานทางการตลาดที่มั่นคงของเครื่องดื่มซอฟท์ดริงค์
และได้ใช้การ์ตูนสั้น "Pepsi & Pete" ในการโปรโมท
ความได้เปรียบทางด้านราคาของเป๊ปซี่ด้วยประโยคว่า
"ได้สองเท่าเพียงจ่ายแค่ห้าเซ็นต์" ("Twice as much for a nickel")

ในปี 1940 นิตยสาร LIFE ได้ให้นิยามว่า “อมตะ” และ Advertising Age ได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 อันดับ
ที่น่าจดจำแห่งศตวรรษที่ผ่านมา "ในเวลาที่ไม่มีใครใช้เพลงโฆษณาแต่โฆษณานี้ใช้"
ในที่สุดแล้ว Pepsi-Cola ก็เติบโตยิ่งกว่าบริษัทลูกกวาด
ที่เข้ามาเป็นเจ้าของเสียอีก และได้ตัดสินใจจะเปลี่ยนชื่อจาก Loft Incorporated
เป็น Pepsi-Cola Company






ในปี 1950 มีการนำฝาขวดมาออกแบบเป็นโลโก้ใหม่
และเป๊ปซี่ไม่ได้ทำโฆษณาโดยยึดจุดเด่นทางด้านราคาอีกต่อไป

ในปี 1958 ขวดรูปแบบใหม่ในแบบเกลียวที่สวยงามโดดเด่น
ถูกผลิตออกมา ซึ่งเป็นปีเดียวกับการรณรงค์โฆษณาใหม่ "อยากเข้ากันได้กับกลุ่ม ดื่มเป๊ปซี่สิ

ในปี 1959 แล้ว มิส ครอวฟอร์ด ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ
คณะกรรมการบริหาร  ในยุคนั้นชาวอเมริกันมีความตระหนักในเรื่องน้ำหนักตัวกันมากขึ้น
โฆษณาของเป๊ปซี่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมนี้ด้วยแคมเปญเป๊ปซี่มีแคลอรี่ต่ำผ่านสโลแกน "ความสดชื่นแบบเบาๆ" (The Light Refreshment)
และ "สดชื่นได้ โดยไม่ต้องเติม" (Refreshing Without Filling)

ในปี 1962 ผู้นำทางสังคม ชาวอเมริกันร่วมสมัยอ้างว่าเป๊ปซี่
เป็นสัญลักษณ์ของพวกเขา ภายใต้แนวคิด "มาเถิด! คุณคือคนยุคเป๊ปซี่" (Come Alive! You're in the Pepsi Generation")
แคมเปญนี้ถูกปล่อยออกมาในตอนต้นของช่วงยุค 60s พร้อมกับเปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่
โดยยังมีฝาจีบเป็นจุดเด่นเช่นเคย






ในปี 1973 เป็นช่วงที่เป๊ปซี่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค
อันดับแรกของอเมริกาซึ่งมีการผลิตในสหภาพโซเวียต และโลโก้ดังกล่าว
ก็ถูกใช้มาต่อเนื่องถึง 18 ปีเลยนะ

ในปี 1991 ทำให้เป๊ปซี่กลายเป็นผู้นำทางการตลาดในชาพร้อมดื่ม
ด้วย ลิปตัน บริสก์ ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในตลาด และยังจับมือกับกาแฟสตาร์บัคส์
ผลิตกาแฟ แฟรปปูชิโน ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกาแฟเย็นในรูปแบบใหม่ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นกาแฟเย็นพร้อมดื่มที่ได้รับความนิยมที่สุด






ในปี 1998 เมื่อเป๊ปซี่เฉลิมฉลองครบ 100 ปี เป๊ปซี่แคนช่วยสนันสนุนภาพลักษณ์ใหม่รับศตวรรษใหม่
ภาพลักษณ์ใหม่ของเป๊ปซี่เรียกกันว่า "Globe" ภาพลูกทรงกลม 3 มิติ โดดเด่นออกจากพื้นหลัง
ที่เป็นภาพน้ำแข็ง โลโก้นี้ปรากฏอยู่บนรถบรรทุกเป๊ปซี่ ตู้จำหน่าย คูลเลอร์ อุปกรณ์ต่างๆ ... พูดง่ายๆ
ว่าทุกอย่างที่เป็นของเป๊ปซี่

เป๊ปซี่เป็นผู้นำแนวคิดวันหมดอายุมาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สามารถทราบได้ว่าเครื่องดื่ม
จะหมดอายุในวันไหน วันที่หมดอายุถูกใช้เป็นครั้งแรกบนบรรจุภัณฑ์ของไดเอทเป๊ปซี่
และกลายเป็นมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป๊ปซี่ทั้งหมด วันหมดอายุยังกลายมาเป็น
แบบแผนของอุตสาหกรรมอีกด้วย

ปัจจุบันนี้   PepsiCo เป็นบริษัทที่มีมูลค่า 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีพนักงานมากกว่า 150,000 คน
ในมากกว่า 40 ภาษารอบโลก บริษัทยังคงเป็นที่รู้จักสวัสดิการที่ดีและโปรแกรมที่หลากหลาย
เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก
ในด้านอาหารและเครื่องดื่มทานสะดวก PepsiCo มีแผนการที่มุ่งมั่นในการขยายกิจการออกไป
ด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ซึ่งให้รสชาติที่เยี่ยมยอด คุณค่าทางอาหาร
และความสนุกตลอดเวลา



เครดิต
http://wintesla2003.com/

ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/5287
Windows NT 6.1    Chrome 9.0.597.107   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

SMF Thai Translation Powered by SMF © 2006–2012, Simple Machines LLC

WordPress Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 19 พฤษภาคม 2555, 18:29:43

jQuery Plugin Copyright © 2551-2555 Themes Design & Hosting by DexMoreGroup

Sitemap | Thai Simple Machines Forum support SMF Thai

Web Begining | SMF Modifications | SMF Thai Translation Web Begining

Drupal | WordPress | CMS Joomla | jQuery Plugin | Web Graphics CMS Joomla