24 พฤษภาคม 2555, 08:29:44
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
  • noavata
  • ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Page Rank

ทำเว็บไซต์ | แต่งบอร์ด | ออกแบบ | SMF | Joomla | Drupal | WordPress | JQuery | CMS | ECommerce | Tel. +668-08577477

ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
icon message ผู้เขียน หัวข้อ: พระราชพิธีสำคัญในรัชกาล ที่ 9  (อ่าน 582 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
d@eng

icon message
general เมื่อ: 19 มกราคม 2553, 19:05:07


พระราชพิธีสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

      ราชาภิเษกสมรส(พ.ศ.๒๔๙๓) - บรมราชาภิเษก (พ.ศ. ๒๔๙๓) - ทรงผนวช (พ.ศ. ๒๔๙๙) - เฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ (พ.ศ. ๒๕๐๖) - รัชดาภิเษก (พ.ศ. ๒๕๑๔) - สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.๒๕๒๕) - เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ (พ.ศ. ๒๕๓๐) - รัชมังคลาภิเษก (พ.ศ. ๒๕๓๑) - กาญจนาภิเษก (พ.ศ. ๒๕๓๙) - เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ (พ.ศ. ๒๕๔๒) - ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๔๙) - เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา (พ.ศ. ๒๕๕๐) [/color]


พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในรัชกาลที่ 9



      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้น รัฐบาลได้แจ้งให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จนิวัติประเทศไทยพร้อมด้วยพระคู่หมั้นในวันที่ 24 มีนาคม พุทธศักราช 2493

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดให้วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 เป็นวันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เมื่อใกล้ถึงเวลาพระฤกษ์ เวลา 09.30 น. หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ทรงนำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ไปยังวังสระปทุม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ลงนามในสมุดทะเบียนสมรส ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขี 2 คน คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และพลเอกมังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามด้วย นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่แรกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ที่ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย

      เมื่อสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จออก ณ ชั้น 2 ของพระตำหนักแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ฯ ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนเครื่องราชสักการะ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ประทานน้ำพระพุทธมนต์ เทพมนต์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ เทพมนต์แก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ตามโบราณราชประเพณี พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และบุคคลที่ได้รับเชิญมาร่วมในพระราชพิธี ทูลเกล้าฯ ถวายของขวัญ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานของที่ระลึกเป็นหีบบุหรี่เงินขนาดเล็ก ประดับอักษรพระนามาภิไธยย่อ ภ.อ. และ ส.ก

     ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์แก่สมเด็จพระราชินีในศุภมงคลโอกาสนี้ด้วย เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล แล้วเสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยให้คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการและคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

     ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2493 ทั้งสองพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานโดยรถไฟพระที่นั่งไปประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 5 วัน



พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในรัชกาลที่ 9


   
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตรพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในรัชกาลที่ ๙ เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ปรากฏบันทึกรายละเอียดไว้ ดังนี้

เนื้อหา
1 การเตรียมพิธี
2 วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
3 วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
4 วันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
5 วันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
6 วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
7 อ้างอิง
8 แหล่งข้อมูลอื่น

การเตรียมพิธี

     พราหมณ์ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำราชบุรี สระเกษ สระแก้ว สระคงคา และสระยมนา ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น มาทำพิธีเสกน้ำ สำหรับถวายเป็นน้ำอภิเษก และ น้ำสรงพระมูรธาภิเษก

     นอกจากนี้ ยังมีการประกอบพิธีจารึกพระปรมาภิไธยลงบนพระสุพรรณบัฎ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะดวงตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ตามเวลาพระมหามงคลฤกษ์

     วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
     พิธีประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๘.๐๐ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเครื่องเต็มยศจอมพลทหารบก ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาจักรีบรมราชวงศ์ เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานมายังพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระทวารเทเวศร์รักษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยศูรยพิมาน ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

      สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดเทียนชนวน พระราชทานแก่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต เพื่อทรงนำไปจุดเทียนที่เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุด เทียนพระมหามงคลและเทียนเท่าพระองค์

      จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ขึ้นยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร์ ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ สังฆการี อาราธนาพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๓๐ รูป มีสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ขึ้นสู่พระที่นั่งไพศาลทักษิณทางประตูสนามราชกิจ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการพระรัตนตรัย สมเด็จพระสังฆราชถวายศีล

     ถึง เวลา ๑๘.๕๐ น. อันเป็นมหามงคลฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดเทียนทองชนวน ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน เสร็จแล้วถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช จากนั้นสมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปจุดเทียนชัยในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ พระสงฆ์ทั้งนั้นเจริญมงคลคาถา จุดเทียนชัย ชาวพนักงาน ประโคม ฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ แตร ดุริยางค์

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดเทียนชนวนแก่มหาดเล็ก พร้อมด้วยธูปเงิน เทียนทอง และดอกไม้ ไปบูชาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ คือ

พระมหาเศวตฉัตร ๕ แห่ง ในพระที่นั่งต่าง ๆ ดังนี้
พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยศูรยพิมาน
พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
 
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
พระที่นั่งอนันตสมาคม
 
ปูชนียสถานสำคัญ อีก ๑๓ แห่ง ดังนี้
พระสยามเทวาธิราช ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ
พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเครื่องต้น ที่ห้องภูษามาลา
เทวสถาน พระอิศวร
เทวสถาน พระนารายณ์
เทวสถาน พระคเณศร์
พระหลักเมือง
พระเสื้อเมือง
 
พระกาฬชัยศรี
พระเพลิง
พระเจตคุปต์
เทวรูป ณ หอแก้วพระภูมิ
เทวรูป ณ หอเชือก
เทวรูป ณ ตึกดิน
 
     สมเด็จพระสังฆราชเสด็จกลับไปขึ้นนั่งอาสนะที่เดิม พระศาสนโสภณ (จวน อุฎฐายี) วัดมกุฎกษัตริยาราม อ่านประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จบแล้ว พระสงฆ์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ๓๐ รูป และในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ๔๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระครูวามเทพมุนี ประธานพิธีพราหมณ์ ถวายน้ำพระมหาสังข์ พราหมณ์เป่าสังข์ แล้วถวายใบสมิตสำหรับทรงปัดพระองค์ ประกอบด้วย

ใบมะม่วง ๒๕ ใบ ได้แก่ ภยันตราย
ใบทอง ๓๒ ใบ ได้แก่ อุปัทวันตราย
ใบตะขบ ๕๖ ใบ ได้แก่ โรคันตราย
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับใบสมิตมาทรงปัดพระองค์ เสร็จแล้ว พระราชครูวามเทพมุนี รับพระราชทานกลับไป กระทำพิธีศาสตร์ปุณยา ชุบโหมเพลิง ณ ที่ทำพิธีพราหมณ์

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ ธูปเทียนบูชา พระสยามเทวาธิราช พระแท่นอัฐทิศ และพระที่นั่งภัทรบิฐ

     เจ้าพนักงานสังฆการี นิมนต์ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ชั้นพระราชาคณะ จำนวน ๕ รูป ขึ้นนั่งยังอาสนะบนพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ขึ้นยังห้องพระบรรทม พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการพระรัตนตรัย เสร็จแล้ว ประทับพระราชอาสน์ ณ ห้องกลาง ทรงพระมหามงคล พระสงฆ์ ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์ พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเทียรจบแล้ว ทรงเปลื้องพระมหามงคล พระสงฆ์ถวายบังคมลา

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จกลับไปประทับพระราชอาสน์ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ จากนั้นเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนบูชาธรรมที่พระแท่นสวดภาณวาร พระราชาคณะ นั่งปรก และสวดภาณวารต่อไปตลอดคืน เสด็จพระราชดำเนินกลั วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓

การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
      เวลา ๑๑.๒๐ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงรับการสรงพระมูรธาภิเษก จากสหัสธารา พระสงฆ์ในมณฑลพระราชพิธี เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร มโหระทึก และเครื่องดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารปืนใหญ่ ยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ ๒๑ นัด

    จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ สู่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ภายใต้พระบวรมหาเศวตฉัตร แปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพาเป็นปฐม เพื่อทรงรับน้ำอภิเษก จากสมาชิกรัฐสภา [1] เมื่อทรงผันพระองค์ เวียนมาสู่ทิศบูรพาอีกครั้งแล้ว เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร (จิตร ณ สงขลา) ประธานวุฒิสภา กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล ด้วยภาษามคธ, นายเพียร ราชธรรมนิเทศ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กราบบังคมทูลเป็นภาษาไทย

     เสร็จแล้ว พระราชครูวามเทพมุนี (สวาสดิ์ พราหมณกุล) ทำหน้าที่พระมหาราชครู กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล ด้วยภาษามคธ และภาษาไทย แล้ว น้อมเกล้าฯ ถวาย พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ขณะนี้ ชาวพนักงาน ประโคมสังข์ แตร เครื่องดุริยางค์

     จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ประทับ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระราชครูวามเทพมุนี ร่ายเวทย์ สรรเสริญศิวาลัยไกรลาส จบแล้ว กราบบังคมทูลถวาย เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เป็นภาษามคธ แล้วทูลเกล้าฯ ถวาย พระสุพรรณบัฎ จารึกพระปรมาภิไธย “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”, เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์, เครื่องบรมขัตติยราชวราภรณ์, เครื่องราชูปโภค และ พระแสงราชศาสตราวุธ ขณะนั้น พระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงาน ประโคมสังข์ แตรฯ กองทหารถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารยิงปืนกองแก้วจินดา ตามกำลัง วันศุกร์ ๒๑ นัด ทหารบก ทหารเรือ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ ๑๐๑ นัด พระสงฆ์ทั่วพระราชอาณาจักร ย่ำระฆังถวายชัยมงคล

     เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ แล้ว พระราชครูวามเทพมุนีกราบบังคมทูลถวายชัยมงคลด้วยภาษามคธและภาษาไทย จากนั้นจึงมี พระปฐมบรมราชโองการ พระราชทานอารักขาแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระราชครูวามเทพมุนี รับสนองพระปฐมบรมราชโองการ แล้วทรงหลั่งทักษิโณทก ตั้งพระราชสัตยาธิษฐานจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ปกครองราชอาณาจักรไทยโดยทศพิธราชธรรมจรรยา ดังพระปฐมบรมราชโองการ ที่พระราชทานไว้ ทุกประการ

      ต่อมา เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยศูรยพิมาน โดยมี คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายชัยมงคล


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/73
Windows XP    Firefox 3.5.7   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
d@eng

icon message
general ความคิดเห็นที่ 1 เมื่อ: 19 มกราคม 2553, 19:06:26

     จากนั้น เวลา ๑๔.๔๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสี ให้ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชิน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับพระแสงอัษฎาวุธจากพระมหาราชครู

วันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร
เวลา ๑๙.๕๔ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จฯ ในการพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประทับแรม ในพระบรมมหาราชวัง รุ่งเช้า จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ



    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 วันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
 
     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เสด็จออกสีหบัญชร
เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จออกยังท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายชัยมงคล

     ต่อมาเวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลและสมาคมต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายชัยมงคล ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท

     จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระยารามราชภักดี ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล ในนามพสกนิกรชาวไทย ทั่วพระราชอาณาจักร

     เวลา ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ในพิธีเฉลิมพระนาม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และ พระราชทานสมณศักดิ์ แก่พระราชาคณะ เสร็จแล้ว ทรงสดับพระธรรมเทศนา มงคลสูตร รัตนสูตร และ เมตตสูตร รวมหนึ่งกัณฑ์ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญานวโร)

วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
      พิธีสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ พระราชวงศ์ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ สถาปนาฐานันดรศักดิ์ ได้แก่

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระชัยนาทนเรนทร
พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร
 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล


     จากนั้นทรงสดับพระธรรมเทศนาโดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ถวายพระธรรมเทศนา เทวตาทิสนกถา ทศพิธราชธรรม และจักรวรรดิวัตรรวมหนึ่งกัณฑ์


พระราชพิธีทรงผนวช ในรัชกาลที่ 9



     พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ที่เสด็จออกทรงพระผนวชระหว่างดำรงสิริราชสมบัติอยู่นั้น ขณะนี้มีเพียง ๒ พระองค์ พระองค์แรกคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ที่สองคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นที่ยิ่ง เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๙๙ มีพระราชประสงค์ที่จะทรงพระผนวชในพระบวรพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณีและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

      วันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากทรงเจริญพระเกศาโดยสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงจรดพระกรรไกรบิดเปลื้องพระเกศาเป็นปฐมฤกษ์แล้ว ทรงเครื่องเศวตพัสตรีทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี และพระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ ทรงรับผ้าไตรจากสมเด็จพระราชชนนีแล้วทรงเข้าบรรพชาอุปสมบทในท่ามกลางสังฆสมาคม ซึ่งมีสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน เมื่อเสร็จพิธีแล้วพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงได้รับสมญานามจากพระราชอุปัชฌาจารย์ ว่า “ภูมิพโล” ในระหว่างที่ทรงดำรงสมณเพศ ทรงรับประเคนผ้าไตรจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และทรงรับไทยธรรมจากสมเด็จพระบรมราชชนนี ตามลำดับ

     จากนั้น พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงประกอบพิธีตามขัตติยราชประเพณี แล้วเสด็จฯ ไปประทับ ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร

     ระหว่างที่ทรงดำรงสมณเพศ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกิจ เช่นเดียวกับพระภิกษุทั้งหลายอย่างเคร่งครัด เช่น เสด็จลงพระอุโบสถทรงทำวัตรเช้า–เย็น ตลอดจนทรงสดับพระธรรมและพระวินัยนอกจากนี้ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพิเศษอื่นๆ เช่น

     วันที่ ๒๔ ตุลาคม เสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงร่วมสังฆกรรมในพิธีผนวชและอุปสมบทนาคหลวงในพระบรมราชินูปถัมภ์ วันที่ ๒๘ ตุลาคม เสด็จฯ ไปทรงรับบิณฑบาต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน วันที่ ๒๙ ตุลาคม เสด็จฯ ไปทรงรับบิณฑบาต ณ วังสระปทุม นอกจากนั้นยังได้เสด็จฯ ไปทรงนมัสการพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน อีกทั้งยังเสด็จฯ ไปทรงรับบิณฑบาตรจากประชาชนทั้งในบริเวณถนนพระสุเมรุ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสี่แยกราชเทวี ถนนเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน อีกด้วย

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลาพระผนวชเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ รวมเวลาทรงพระผนวชทั้งสิ้น ๑๕ วัน

     อนึ่ง ในการทรงพระผนวชครั้งนี้ เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และวันที่ ๒๐ ธันวาคม ปีเดียวกันนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช พระราชอุปัชฌาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า และถวายฐานันดรศักดิ์ เป็น กรมหลวง


พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖



     พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๓ รอบพระนักษัตร เป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมี หมายกำหนดการจัดงาน พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ ในระหว่าง วันที่ ๒๙-๓๑ ตุลาคม และ วันที่ ๕ - ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ รวมทั้งสิ้น ๘ วัน

พระราชพิธีนี้ จัดขึ้นโดย สำนักพระราชวัง ตามพระบรมราชโองการดำรัสสั่ง ดังปรากฏเป็นเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้

วันที่ ๒๙-๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการ พระราชพิธีหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๓ รอบพระนักษัตร

 วันที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการ พระราชพิธีฉลองสมโภชพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์

 วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และข้าราชบริพารเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล

      จากนั้นในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามทรงรับการถวายพระพร จาก บรรพชิตจีนนิกาย และอนัมนิกาย ที่มุขหน้า พระอุโบสถ จากนั้น พระสงฆ์ ๕ รูป สวด "นวัคคหายุสมธัมม์" ทรงบูชาเทวดานพเคราะห์ และพระราชทานสังคหวัตถุ แก่ข้าทูลละอองทุลีพระบาทสูงอายุ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงสถาปนาสมณศักดิ์ เจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ แก่ข้าราชการ

วันที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการ พระราชพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และเสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระที่นั่งราชฤดีทรงเครื่องเศวตพัสตร์ประทับบนพระแท่นพระมุรธาภิเษกสนาน ในการพระราชพิธีสรงบูรพาภิเษก สมเด็จพระสังฆราชถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยครอบพระกริ่ง พระราชวงศ์ผู้ใหญ่ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระเต้าเบญจคัพย์รัชกาลที่ ๕ และพระครูวามเทพมุนี ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์ตามขัตติยราชประเพณี

      จากนั้นช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ คณะทูตานุทูตต่างประเทศ และ ผู้แทนกงสุล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

วันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖

       ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบูชาพระรัตนตรัย ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหา


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/73
Windows XP    Firefox 3.5.7   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
d@eng

icon message
general ความคิดเห็นที่ 2 เมื่อ: 19 มกราคม 2553, 19:10:07


พระราชพิธีรัชดาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๑๔


     พระราชพิธีรัชดาภิเษก เป็น พระราชพิธี ที่จัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๒๕ ปี ใน วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมี หมายกำหนดการจัดงาน พระราชพิธีรัชดาภิเษก ระหว่างวันที่ ๘-๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ รวมทั้งสิ้น ๓ วัน

พระราชพิธีนี้ รัฐบาล ในสมัยของ จอมพล ถนอม กิตติขจร และ ประชาชนชาวไทย ร่วมกันจัดขึ้น ดังปรากฏเป็นเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้

วันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔

     เวลา ๐๘.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงตรวจพลสวนสนาม และ ทรงทอดพระเนตร การแสดงแสนยานุภาพของกองทัพไทย ณ ถนนราชดำเนินกลาง ช่วงบริเวณวงเวียน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔

     เวลา ๑๐.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ภายในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล ในนาม พระบรมวงศานุวงศ์

 วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔
 
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนาม และการแสดงแสนยานุภาพกองทัพไทยเวลา ๑๑.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศ และผู้แทนกงสุล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

     เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมายัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระสงฆ์ ๘๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร ภายในพระอุโบสถ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนิน ไปที่หน้าพระอุโบสถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้บรรพชิตจีนนิกาย และอนัมนิกาย ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

     เวลา ๑๙.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงร่วมงานสโมสรสันนิบาต ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พระราชพิธีรัชดาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๑๔
 
ชื่อ พระราชพิธีรัชดาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๑๔
วันและเวลา ๘—๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๔
สถานที่  จังหวัดพระนคร
ผู้จัด รัฐบาลไทย

โอกาสการเฉลิมฉลองในวโรกาสครบรอบปีที่ ๒๕ แห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ของที่ระลึก

     ถนน รัชดาภิเษก (Thanon Ratchadaphisek) เป็นถนนวงรอบจากสี่แยกท่าพระผ่านสะพานกรุงเทพ ตัดผ่านถนนพระรามที่ 4 ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนพระราม 9 ถนนลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิต ข้ามสะพานพระราม7 รวมกับถนนจรัญสนิทวงศ์และมาบรรจบที่สี่แยกท่าพระ (วงแหวนรอบกลาง)


ประวัติ

     ถนนรัชดาภิเษกเป็นถนน ที่สร้างขึ้นตามกระแสพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตนครหลวงกรุงเทพธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลเรื่องพระราชพิธีรัชดาภิเษก (Silver Jubilee) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาการ จราจรเป็นครั้งแรก โดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนเพิ่มขึ้นเป็นถนนวงแหวนเพื่อพระราชทานเป็นของ ขวัญแก่ประชาชนแทนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2514 ให้จัดสร้างถนนวงรอบขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์ใน วโรกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 25 ปี ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 โดยรัฐบาลได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อถนนวงรอบว่า "ถนนรัชดาภิเษก" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างถนนรัชดาภิเษก ณ บริเวณเชิงสะพานกรุงเทพตัดกับถนนเจริญกรุงเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 บริเวณแนวถนนตัดจากสะพานกรุงเทพผ่านถนนเจริญกรุงและต่อเชื่อมจนครบวงแหวน ปัจจุบันถือเป็นถนนวงแหวนรอบในโดยมีถนนกาญจนาภิเษก หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เป็นถนนวงแหวนรอบนอก ถนนวงแหวนรอบในส่วนที่ 1 เริ่มจากสามแยกท่าพระถึงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ส่วนที่ 2 จากถนนพระรามที่ 4 ถึงสามแยกท่าพระ รวมระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร และมีพิธีเปิดถนนรัชดาภิเษกใน พ.ศ. 2519

      ถนนวงแหวนรอบในรัชดาภิเษก นั้นมิได้สร้างใหม่ขึ้นทั้งหมด บางช่วงเป็นถนนที่มีอยู่แต่เดิม เช่น ถนนจรัญสนิทวงศ์ (ช่วงสะพานพระราม 7-สี่แยกท่าพระ) ถนนพระรามที่ 3 (ช่วงสะพานกรุงเทพ-คลองเตย) ถนนอโศกมนตรีหรือถนนสุขุมวิท 21 (ช่วงสุขุมวิท-เพชรบุรีตัดใหม่) ถนนอโศก-ดินแดง (ช่วงเพชรบุรีตัดใหม่-พระราม 9) และถนนวงศ์สว่าง (ช่วงสี่แยกวงศ์สว่าง-สะพานพระราม 7) ส่วนช่วงอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นใหม่จะใช้ชื่อถนนรัชดาภิเษก


สถานที่สำคัญที่ถนนตัดผ่าน

ห้างเดอะ มอลล์ ท่าพระ

สถานเอกอัครราชทูตจีน

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น

สถานเอก

ที่มา : เครือข่ายกาญจนาภิเษก


ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/73
Windows XP    Firefox 3.5.7   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

SMF Thai Translation Powered by SMF © 2006–2012, Simple Machines LLC

WordPress Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 18 พฤษภาคม 2555, 23:32:40

jQuery Plugin Copyright © 2551-2555 Themes Design & Hosting by DexMoreGroup

Sitemap | Thai Simple Machines Forum support SMF Thai

Web Begining | SMF Modifications | SMF Thai Translation Web Begining

Drupal | WordPress | CMS Joomla | jQuery Plugin | Web Graphics CMS Joomla