24 พฤษภาคม 2555, 12:51:56
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม
  • noavata
  • ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Page Rank

ทำเว็บไซต์ | แต่งบอร์ด | ออกแบบ | SMF | Joomla | Drupal | WordPress | JQuery | CMS | ECommerce | Tel. +668-08577477

ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
icon message ผู้เขียน หัวข้อ: พระกษิติครรภโพธิสัตว์ <地藏菩萨>  (อ่าน 297 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
*
***



Thailand   หญิง ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้ ออฟไลน์
icon message
general เมื่อ: 25 สิงหาคม 2554, 12:53:44
 


พระกษิติครรภโพธิสัตว์ (Ksitigarbha Bodhisattva) หรือ ตี้จั้งผูซ่า (地藏菩萨) ในสำเนียงแต้จิ๋ว
ตี่จั่งอ๊วง มาจากพระนามเต็มว่า ตี้จั้งหวางผูซ่า (地藏王菩萨)  หรือ
ต้าเอวี้ยนตี้จั้งหวางผูซ่า” (大愿地藏王菩萨) แปลว่า พระโพธิสัตว์ผู้เป็นครรภ์แห่งแผ่นดิน
มีความหมายแฝงว่า พระองค์ได้ทรงสถิตอยู่ใต้ผืนพื้นโลกใบนี้ เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งที่ชาวจีน
ให้ความเคารพนับถือและศรัทธาเป็นอย่างมาก เป็นรองแต่เพียงพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)เท่านั้น

          สาเหตุที่ทำให้พระกษิติครรภโพธิสัตว์(ตี้จั้งผูซ่า) เป็นที่นับถืออย่างกว้างขวางนั้น
มาจากเรื่องราวของปณิธานของพระองค์ที่มีจารึกไว้ใน “พระสูตรปณิธานแห่งพระกษิติครรภโพธิสัตว์”
หรือ ตี้จั้งผูซ่าเปิ่นเอวี้ยนจิง (地藏菩萨本愿经) ที่ทรงแผ่เมตตาธรรมต่อเหล่าสรรพสัตว์
ทั้งหกในนรกภูมิ พระองค์รู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจช่วยเหลือมิให้สรรพชีวิตหลงเดินในทางผิด
จนตกตายไปสู่นรกภูมิเช่นนั้น พระกษิติครรภโพธิสัตว์จึงได้ยินยอมอยู่บนโลกมนุษย์เพื่อแผ่
ส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่เหล่าสัตว์โลกในนรกภูมิ ทรงมีความปรารถนาจะให้แสงแห่งพระธรรม
ชี้นำทางสว่างให้แก่สัตว์ทั้งปวง โดยมีมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่ว่า “หากตราบใดที่นรกยังไม่ว่างเปล่า
ตราบนั้นก็จะไม่ขอบรรลุพุทธภูมิ”

        
 


พระมหาปณิธานของท่านย่อมเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า อันสัตว์โลกนั้น
คนกระทำความชั่วมีอยู่มากมาย เมื่อตายไปแล้วนรกภูมิก็จะมีจำนวน
สัตว์นรกมากยิ่งกว่าผู้ที่ได้ขึ้นสวรรค์ การจะมาช่วยสัตว์นรกที่มีจำนวนมากนี้
จึงเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าความยากใด ๆ

          กล่าวกันว่า พระมหาปณิธานของพระองค์ คล้ายคลึงกับพระอวโลกิตศวร(กวนอิม)
เป็นอย่างมาก ต่างกันตรงที่ พระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)ทรงเปี่ยมไปด้วยพระมหาเมตตาด้วย
หวังจะช่วยสัตว์โลกผู้ตกทุกข์ได้ยากบนโลกให้ได้หลุดพ้น แต่พระกษิติครรภโพธิสัตว์
จะการุญต่อสัตว์ในนรกภูมิให้รอดพ้นจากกองทุกข์ทรมาน ดังนั้น ด้วยความซาบซึ้ง
ในพระมหากรุณาพระองค์จึงทำให้พระกษิติครรภโพธิ์สัตว์เป็นที่ศรัทธาของปวงชน
จนเป็นสัญลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ผู้มีมหาเมตตามาโปรดแก่สัตว์นรกให้พ้นจากบ่วงกรรม

         ดังนั้น ในพิธีศพของชาวจีนที่เรียกกันว่า พิธีกงเต๊ก จึงต้องมีรูปประดิษฐาน
ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะเชื่อกันว่า ด้วยพระมหาเมตตา
ของพระองค์จะช่วยนำทางแห่งธรรมให้แก่ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต ทำให้ดวงวิญญาณ
ไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องตกขุมนรกอันแสนทุกข์ทรมาน

          ในขณะเดียวกัน ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระกษิติครรภโพธิสัตว์นั้น
ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะโปรดช่วยเฉพาะคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น
หากแต่พระองค์ย่อมช่วยทั้งคนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ตั่งมั่นอยู่ในความดี และผู้ตายไปแล้ว
ไม่ให้หลงเหลืออยู่ในขุมนรกอีกต่อไป


 


สัญลักษณ์รูปเคารพขององค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์จะมีอยู่ด้วยกันสองแบบ
แบบแรกเป็นลักษณะของภิกษุหนุ่มที่เพิ่งออกบวช มีศีรษะที่ล้านเลี่ยน ทำให้แลดู
มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ อันเปรียบเสมือนดั่งการตัดเรื่องทางโลกโดยสิ้นแล้ว
พระหัตถ์ขวามักถือไว้ด้วยไม้เท้าพระธรรม เป็นความหมายว่าได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นสรณะ
ส่วนแบบที่สองนั้นเป็นแบบพระโพธิสัตว์ปางประทับนั่ง สวมหมวกภิกษุจีนที่
เรียกว่า “มาลาห้าพุทธะ” พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท่าพระธรรม

          ตำนานเกี่ยวกับพระกษิติครรภโพธิสัตว์มีเล่าไว้แตกต่างกัน บ้างว่า
แต่เดิมเมื่อชาติปางก่อน ท่านเป็นสตรี ถือกำเนิดเป็นพราหมณีบุตรี (Brahmin maiden)
มารดาของนางเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมาย ต่อเมื่อตายไป
ดวงวิญญาณก็ได้ลงสู่นรกภูมิ ด้วยความกตัญญูของพราหมณีบุตรีที่ปรารถนาจะไถ่บาปให้แก่มารดา
นางจึงเพียรสร้างบุญญาบารมี ทำบุญบริจาคทานเพื่อส่งผลกุศลบุญไปให้แก่มารดา
โดยตั้งจิตว่า แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ขอเพียงได้ช่วยมารดาก็ยินดี คำอธิษฐาน
ของนางล่วงรู้ไปถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงชี้แนะให้นางเพียรสร้างกรรมดีอย่าละเลิก
จนกระทั่งวันหนึ่ง พราหมณีบุตรีก็ได้นั่งสมาธิจนดวงวิญญาณได้ลงไปถึงนรกภูมิและทราบว่า
กุศลผลบุญต่าง ๆ ที่ได้ทำไว้นั้น ช่วยส่งผลให้แก่วิญญาณของมารดาพ้นจากขุมนรก
ไปสู่สุคติแล้ว ตั้งแต่นั้นมา พราหมณีบุตรีจึงตั้งจิตขอบำเพ็ญบุญญาบารมีสืบไปจนชั่วชีวิต
จนกระทั้งในชาติต่อมาจึงได้กำเนิดมาเป็นองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์



ส่วนอีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า พระกษิติครรภโพธิสัตว์นั้น เดิมเป็นเจ้าชายนามว่า
คิม เคียว กัก (KIM KIAOKAK) แห่งอาณาจักรชิลลา ได้ออกบวชเมื่ออายุ 24 ปี
โดยได้ออกเดินทางแสวงหาความสงบในป่าเขา จนกระทั่งถึงแถบที่ตั้งของภูเขาจิ่วหวาซาน
ในประเทศจีน ได้ทรงเทศนาสั่งสอนประชาชนให้ตั่งมั่นทำแต่กรรมดีจนเป็นที่เลื่องลือและ
ศรัทธาจากมหาชน กล่าวกันว่า ท่านได้ละสังขารเมื่ออายุ 99 พรรษา และร่างนั้นก็อยู่ในท่า
ประทับนั่งสมาธิโดยไม่เน่าเปื่อย บรรดาชาวบ้านจึงพร้อมใจกันศรัทธาและสร้างวัดเพื่อบูชา
พระองค์สืบไป โดยเรียกนามของพระองค์ว่า พระกษิติครรภโพธิสัตว์
หรือในภาษาเกาหลีเรียกว่า พระชีจัง (JIJANG)

         ในประเทศจีนเชื่อกันว่า พระกษิติครรภโพธิสัตว์สถิตอยู่ ณ เทือกเขาจิ่วหวาซาน
ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานปัจจุบันเทือกเขาจิ่วหวาซาน
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอชิงหยาง มณฑลอานฮุย กล่าวกันว่า ณ เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในอดีตนั้น
เคยเป็นที่ตั้งของวัดวาอารามมากกว่า 300 แห่ง และเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง
ของพระพุทธศาสนาในประเทศจีนปัจจุบัน

          อนึ่ง ในทางพุทธศิลป์ฝ่ายมหายานนั้น พระกษิติครรภโพธิ์สัตว์เป็นพระพุทธรูปองค์
สำคัญที่นิยมสร้างเป็นประติมากรรมแบบองค์สาม โดยตั้งประดิษฐานเรียงกันคือ
พระศากยมุนีพุทธเจ้าเป็นพระประธานที่อยู่กึ่งกลาง ทางเบื้องซ้ายเป็นพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม)
และเบื้องขวาเป็นพระกษิติครรภโพธิสัตว์ การจัดเรียงพระพุทธรูปแบบนั้น เรียกกันว่า ซวอผอซานเสิ้ง(娑坡三圣)

 

เครดิต
http://www.jiewfudao.com/

ลิงค์หัวข้อ: http://dexmore.com/topic/8121
Windows NT 6.1    Chrome 13.0.782.112   see ip บันทึกการเข้า
โฮสต์ดีๆ บริการด้วยใจ
ส่งหัวข้อนี้พิมพ์ หน้า: 1 
กระโดดไป:  

Creative Commons License

SMF Thai Translation Powered by SMF © 2006–2012, Simple Machines LLC

WordPress Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 14 พฤษภาคม 2555, 22:23:51

jQuery Plugin Copyright © 2551-2555 Themes Design & Hosting by DexMoreGroup

Sitemap | Thai Simple Machines Forum support SMF Thai

Web Begining | SMF Modifications | SMF Thai Translation Web Begining

Drupal | WordPress | CMS Joomla | jQuery Plugin | Web Graphics CMS Joomla