เทพคู่ซี้ : หน่ำเต้า-ปั้กเต้า ( 南斗 北斗 ) ครั้งหนึ่ง
กวนลู่ ( 管辂 ) ผู้บรรลุในลัทธิเต๋าซึ่งมีชีวิตในยุคสามก๊ก ได้เดินทางเที่ยว
ไปพบกับ
หยานเทียว( 颜超 ) ชายหนุ่มที่มีราศีหม่นหมองของคนชะตาขาด
กวนลู่พลั้งปากเอ่ยเปรยไปว่า
“เสียดาย เสียดาย...” แล้วก็เดินเลี่ยงเสีย
ชายหนุ่มนึกฉุกใจว่าคงมีอะไรมิชอบ จึงพยายามถามไล่เลียงสาเหตุจากกวนลู่ด้วยวาจาที่อ่อนน้อม
ทั้งปิดกั้นมิให้หลีกลี้ไปไหน กวนลู่จึงจำต้องเปิดเผยลิขิตฟ้าให้ชายหนุ่มทราบว่า
เขากำลังจะสิ้นอายุขัยในเร็ววัน ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นจึงเร่งรุดกลับบ้านไปเล่า
ให้บิดาทราบด้วยความประหวั่น ผู้เป็นพ่อสั่งให้เขาพาตนไปหากวนลู่ พร้อมกับคุกเข่าเว้าวอน
ให้กวนลู่ช่วยชี้ทางแก้ไข กวนลู่แนะนำว่า
จากนี้ไปในวันเถาะ ให้ทั้งสองจัดเตรียมเหล้าดีหนึ่งเหยือกพร้อมจอกสองใบ และเนื้อกวางปรุงแห้ง 1 ชั่ง
เช้าวันนั้นให้ชายหนุ่มเพียงผู้เดียวเดินทางออกจากเมืองทางประตูทิศใต้ หากพบผู้เฒ่าสองคน
กำลังเล่นหมาก ณ ที่ใด ให้ชายหนุ่มจัดวางเนื้อและเหล้าไว้ข้างสองผู้เฒ่าให้สะดวกในการหยิบดื่มกิน
ทั้งให้อยู่รินเติมเหล้าจนกว่าเหล้าที่เตรียมไปจะหมดเหยือก แล้วให้ก้มหมอบไว้อย่าพูดโต้ตอบการใดทั้งสิ้น
เช้าวันที่กวนลู่บอก ชายหนุ่มจัดเตรียมเนื้อและเหล้าตามที่ได้คำแนะนำ
เมื่อเขาออกจากประตูเมืองไปไม่นานก็พบกับผู้เฒ่าสองคนนั่งเล่นหมากล้อมอยู่ใต้ต้นหม่อนใหญ่
ริมทางตรงตามที่กวนลู่บอก ชายหนุ่มจึงค่อยค่อยเข้าหาผู้เฒ่าและปฏิบัติตามที่ได้รับนัดแนะ
อย่างไม่บกพร่อง เมื่อเนื้อและเหล้าหมด ผู้เฒ่าทั้งสองจึงค่อยรู้สึกตัวว่ามีชายหนุ่มก้มหมอบอยู่ใกล้ใกล้
ผู้เฒ่าทั้งสองจะซักถามการใดชายหนุ่มก็ได้แต่ก้มหน้านิ่งเฉย
เมื่อไม่ได้คำตอบผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ทางทิศเหนือจึงกล่าวกับผู้เฒ่าที่นั่งทางทิศใต้ว่าของของเขาเราทั้งสองต่างก็เผลอดื่มกินเสียสิ้น เห็นทีเราจักต้องตอบแทนเขาแล้วกระมัง
พร้อมทั้งหยิบสมุดข้างกายขึ้นเปิดดู แล้วกล่าวว่า ชีวิตเจ้าหนุ่มนี่ถึงฆาตเอาตอน สิบเก้า ปี
ซึ่งก็เหลือไม่กี่วันแล้วนี่ ผู้เฒ่าที่นั่งทางทิศใต้หยิบสมุดนั้นไปดู จากนั้นจึงใช้อิทธิฤทธิ์
กลับตำแหน่งตัวเลขในสมุด จาก สิบเก้า เป็น เก้าสิบ พร้อมกับหันไปบอกชายหนุ่มว่า
เราแก้เพิ่มอายุขัยให้เจ้าแล้ว เจ้าจงไปเสียเถิด
ชายหนุ่มรีบก้มโขกศีรษะกับพื้นเป็นการขอบคุณ และรีบถอยหันจากมาโดยมิเหลียวหลัง เมื่อกลับถึงบ้านกวนลู่ก็มารอฟังข่าวแล้ว กวนลู่ไขความลับให้ชายหนุ่มทราบว่า
ผู้เฒ่าที่ชายหนุ่มพบนั้นแท้จริงแล้วคือเทพที่มานั่งหาความสำราญบนโลกมนุษย์
ผู้ที่นั่งทางทิศใต้ คือ เทพหน่ำเต้า ซึ่งเป็นผู้ลิขิตชาตกาลของทุกคน ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ทางด้านเหนือ
คือเทพปั้กเต้า ซึ่งเป็นผู้ลิขิตอาสัญกาลของทุกคน
ตำนานดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในช่วงราชวงศ์ตงจิน หรือในราว พ.ศ.880 และเป็นฐานความเชื่อของชาวจีนที่ว่า เทพหน่ำเต้ากำหนดกาลเกิด ส่วนเทพปักเต้าลิขิตวันตาย ซึ่งในที่นี้ปั้กเต้า
มีความหมายแทนเทพองค์เดียวเท่านั้น
ด้วยเหตุที่ชาวจีนถือปั้กเต้าตามตำนานนี้เป็นภาคหนึ่งของปั้กเต้า ดังนั้นบนแท่นบูชาในโรงเจ
นอกจากจะตั้งรูปบูชากิ๋วอ้วงที่เป็นเทพหนุ่มเก้าองค์แล้ว เรายังจะพบรูปเทพผู้เฒ่า 2 องค์ ซึ่งก็คือ
หน่ำเต้า-ปั้กเต้า ขนาบข้างด้วยเสมอ หากเป็นการตั้งมณฑลพิธี (ตั๊ว) ขึ้นชั่วคราวในช่วงเทศกาลกินเจ
ป้ายบูชาที่เขียนขึ้นก็จะปรากฏนาม หน่ำเต้า-ปั้กเต้า ขนาบข้างนามของกิ๋วอ้วงทุกครั้งไป
หน่ำเต้า-ปั้กเต้านี้ในบางแห่งอาจจะเรียกต่างออกไปเป็น หน่ำซิ้งปั้กเต้า ( 南辰北斗 )แม่ซื้อทั้งเจ็ด ( 七星媽 ) ชาวจีนแคะนับถือกลุ่มดาวปั้กเต้าทั้งเจ็ดเป็นอิตถีเพศ ในฐานะแม่ซื้อทั้งเจ็ด
หรือ
ชิกแชม่า ( 七星媽 ) โรงเจหรือตั๊วที่มีคนจีนแคะร่วมเป็นกรรมการอย่างบางอำเภอทางปักษ์ใต้
ฃเมื่อถึงเทศกาลกินเจก็จะจารึกนาม ชิกแชม่า ร่วมอยู่ในป้ายบูชา เพราะถือว่าเป็นอีกภาคหนึ่งของปั้กเต้า
ทั้งบางแห่งยังจัดให้มีพิธีบูชาชิกแชม่าเป็นพิเศษ
ในที่นี้ต้องขอกล่าวป้องกันการหลงสับสนไว้ว่า “ ชิกแชม่า ไม่ใช่ และไม่ข้องเกี่ยวด้วย ความเชื่อเรื่อง ชิกเซี้ยม่า ( 七聖媽 ) ของชาวแต้จิ๋ว ”
เต๋าบ่อ หรือ เต๋าเล่า ( 斗姆 ๑ 斗姥 ) ในพระสูตรกำเนิด
ปั้กเต้า ( 北斗本生經 ) กล่าวว่า พระนาง
จี่กวงฮูยิ้ง ( 紫光夫人 ) คือ
พระผู้ตั้งจิตภาวนาวอนขอต่อฟ้าให้ได้บุตรที่ครองธรรมมาสืบอำนาจต่อจากพระสวามี
ด้วยอำนาจผลบุญที่พระนางทรงสั่งสมจึงกำเนิดองค์ปั้กเต้าทั้งเก้าขึ้นพร้อมกันกลางสระบัว
ที่พระนางกำลังสรงสนาน พระนางจึงได้ชื่อว่า เต๋าบ่อ หรือ เต๋าเล่า ซึ่งแปลว่า พระผู้ให้กำเนิดปั้กเต้า
ศาลเจ้าหรือโรงเจทั่วไปที่ประดิษฐานเหล่าปั้กเต้า จะมีชื่อเรียกเป็นจีนหน้าศาลเจ้าว่า
เต๋าบอเกง หรือ เต๋าเลาเกง ( 斗姆宮 , 斗姥宮 ) ซึ่งศาลเหล่านี้มักจะอัญเชิญรูปบูชาพระนางในชุดเครื่องทรงพระราชินีไว้เหนือ
หรือกลางเหล่าปั้กเต้า ในฐานะองค์ประธาน
เครดิต
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=plaengnam&month=20-05-2007&group=3&gblog=13
ลิงค์หัวข้อ:
http://dexmore.com/topic/8771